[เรื่องย่อ] Shinkyoku Soukai Polyphonica Memories White Kinetic Novel : Prologue
posted on 05 Jun 2009 19:27 by darkneon in LightNovel, Translation- สามารถนำบทความนี้ไปเผยแพร่ที่อื่นได้หรือไม่?
ได้ค่ะ แต่กรุณาลิงค์กลับมาที่นี่ด้วย อยากได้คนคอมเมนต์อ่ะ เป็นกำลังใจ TwT แค่ลิงค์กลับมามือไม่ด้วนหรือถึงขั้นเสียชีวิตหรอกนะคะ ใช่มั้ย???
- Kinetic Novel คือ?
นิยายแบบดิจิตอล สำหรับอ่านบนคอมหรือดูกับเครื่องเกม มีภาพ มีดนตรีและเสียงพากย์ประกอบ
- นอกจากโพลิโฟนิก้าซีรีส์แล้วยังมีเรื่องอื่นอีกหรือไม่?
ลองดูที่ http://www.kineticnovel.jp ค่ะ
คำเตือนก่อนอ่าน
กรุณาทำใจกับสำนวนคนแปล และอาการโฮกฮากวี้ดว้ายที่อาจแทรกๆ ลงไปในบทความด้วยนะคะ ขอออกตัวก่อนว่าเจ้าของบล็อกก็ไม่ได้เก่งเด้อ ไม่ได้แปลนะคะ แค่สรุปเฉยๆ เพราะถ้าแปล เจ้าของบล็อกคงหัวหงอก ไม่ต้องทำมากินอะไรแล้ว เหอๆ
สารบัญเรื่องย่อ Shinkyoku Soukai Polyphonica Memories White Kinetic Novel
Prologue -หนึ่งวันธรรมดาบนโรงเรียนเกาะภูต- | Read
First Emotion | Part 1 | Part 2 | Part 3 | Part 4
Endres Aria | Part 1 | Part 2 | Part 3 | Part 4 | Part 5
Complete!
อ่าน Crimson Series | Read
捨てられたと分かっていても、待ってと言われれば死ぬまで主人を待ち続けるとか・・・
今度、何年くらい保つかためしてみませんこと?」
แต่ถ้าสั่งให้มันรอ มันก็จะรอเจ้านายเรื่อยไปจนกว่าจะตาย...
คราวหน้า ลองดูกันดีมั้ยจ๊ะว่าจะทนรอได้กี่ปี?"
เอาล่ะ มาถึงเรื่องย่อของ Memories White ที่หลายคนรอคอย (มั้ง...) แล้วนะคะ อ่านภาคนี้แล้วจะได้อารมณ์ต่างจาก Crimson ออกไปเลย ภาคนี้จะได้กลิ่นของสคูลไลฟ์และความคอมเมดี้ที่มากกว่า Crimson ถ้าบอกว่า Crimson เด่นในด้านเนื้อเรื่องที่ลุ้น เร้าใจ พลิกไปพลิกมา White คงจะเด่นในด้านความลึกซึ้งของเนื้อเรื่อง คู่ของบลังก้ากับสโนว์ก็น่ารักไปอีกแบบ จะออกแนวโรแมนติกมากกว่าคู่เจ๊แดง-เจ้าจืดหน่อย เพลงประกอบก็โรแมนติก
เข้ากับธีมเรื่องที่เป็นสีขาวมากๆ เสียอย่างเดียวว่าเพลงน้อยไปหน่อย ใครที่ชอบอะไรแบบกุ๊กกิ๊กคงถูกใจแน่นอน อาจจะเพราะคนเขียนเนื้อเรื่องของ White เป็นผู้หญิงล่ะมั้ง ลองอ่านกันดูนะคะ รับรองประทับใจชัวร์ ว่าแล้วขออวดหน่อย ฮ่าๆ
http://darkneon.exteen.com/20090525/showcase-polyphonica
ตอนนี้แผ่นแท้เอาขึ้นหิ้งบูชาไปแล้ว ทำ ISO เก็บแบคอัพใส่แผ่นไว้ =w=
ทำความเข้าใจกันก่อนสักนิด
- เห็นแบ่งจำนวนพาร์ทแล้วอย่าเพิ่งสยองขวัญกันนะ เหอๆ คิดซะว่าบทนึงของขาวเท่ากับสองบทของภาคแดงละกัน แบ่งเผื่อไว้ เพราะปัจจุบันยังปั่นอยู่ กร๊าก เป็นการคำนวณเฉยๆ ค่ัะ
- คนแต่งคนละคนกับ Crimson นะคะ โดยคนแต่งภาค Crimson เป็นชาย ชื่อ Sakaki Ichirou ส่วนคนแต่งภาค White เป็นหญิง ชื่อ Takadono Madoka ค่ะ แต่อย่างที่รู้กันว่าโพลิโฟนิก้าเป็นซีรีส์ที่วาร์ปไปมา รับเชิญกันเองภายในซีรีส์
เพราะมันคือ Shared World ที่เป็นจุดขาย
- ควรอ่านเนื้อเรื่องของภาค Crimson ที่เราเคยทำไว้ก่อนหน้านี้ อาจจะเข้าใจเรื่องได้มากขึ้น (และเห็นคนที่คุ้นหน้ากันดีออกมามีบทด้วย แม้เพียงกะตึ๋งก็ตาม ฮ่าๆ) แต่ถ้าไม่เคยก็ไม่เป็นไรค่ะ เพราะซีรีส์นี้เขียนออกมารองรับคนที่ไม่ได้ตามทุกภาคอยู่แล้ว
- Memories White เป็นบทสรุปจบอาร์ค...เอ่อ รู้สึกทาง official จะใช้ชื่อว่าอาร์ค 炎帝の紋章 Entei no Monshou "ตราแห่งจักรพรรดิอัคคี" ฉะนั้นจึงมีการเท้าความกลับไปเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้าค่อนข้างเยอะถึงเยอะมาก อย่าอ่านข้ามล่ะ...
- ภาค White เป็นภาคอดีตหลายพันปีก่อนซีรีส์อื่นๆ และสมัยนั้นยังไม่มีการใช้วันแมนออเคสตร้าอย่างแพร่หลาย แต่จะเล่นเพลงกันยังไง...ลองดูกันค่ะ
อยากให้ลองอ่านภาคนี้กันก่อน เพราะโนเวลของ Crimson จะมีอ้างถึงภาค White พอสมควร พออ่าน Crimson ภาคทำงานจะได้ไม่งง
=============================================================
ในแต่ละวันแต่ละวัน รู้สึกว่าสูญเสียประสาทสัมผัสของตัวเองไปทุกที
ไม่ว่าจะสีของดอกไม้ที่เธอเคยบอกว่าสวยงาม ความเขียวชอุ่มของแมกไม้ เสียงนกที่เธอชอบ เสียงน้ำไหล สิ่งที่เคยทำให้รู้สึกดี ตอนนี้มันไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว
แม้เป็นไปอย่างทีละเล็กทีละน้อย แต่ทุกสิ่งทุกอย่างกำลัง---หายไป
ไม่สิ
(จะยังไงก็ช่าง เพราะฉันเสียทุกอย่างไปหมดแล้วนี่่...)
เขาเสียสิ่งสำคัญสำหรับตัวเองไปทุกสิ่ง ทุกคนตายหมดแล้ว...ทิ้งเขาไว้เพียงคนเดียว
เวลาผ่านมานานแล้วหลังจากพวกเขาได้จากไป แต่สำหรับภูตแล้ว มันเป็นเวลาแค่ชั่วอึดใจเท่านั้น แต่การที่ต้องอยู่ตัวคนเดียว ทำให้เขารู้สึกราวกับเป็นเวลาชั่วนิรันดร์ แล้วเขาก็เห็นหิมะตกลงมา...
"อีเทอร์นัลเลีย..."
เขายื่นมือออกไปรับหิมะ แล้วพึมพำชื่อของ <เทพีขาว> ซึ่งไม่มีตัวตนอีกแล้วในโลกนี้
"โธ่เว้ย! ทำไม..."
ไม่อยากเห็นอะไรที่เป็นสีขาวอีกแล้ว เพราะเมื่อเห็นทีไร ก็นึกถึงพวกเขาขึ้นมาทุกที...
เขาเฝ้าทนรอเวลาให้ฤดูหนาวที่หิมะโปรยปรายหายไปจากโลกนี้...หายไปจากใจของตัวเอง
"ทำหน้าอย่างกับคนตายเลยนะ"
อยู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียง มีหญิงสาวผมแดงคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น
"เอริฟาส...หรือจะเรียกอัลบิโอน่าดี นายเสียชื่อแกนไปแล้ว ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรจะเรียกยังไง"
เธอคนนี้คือพลังของโลก มีพลังที่คล้ายกับเขา มีบทบาทหน้าที่เดียวกับอีเทอร์นัลเลีย และอยู่มาตั้งแต่โลกนี้ได้ถือกำเนิดขึ้น
---เทพี
"มีธุระอะไร ฉันไม่อยากเจอเธอนักหรอก"
"นายรู้เรื่องที่เกาะภูตกำลังลดระดับลงเรื่อยๆ แล้วใช่มั้ย"
"อื้อ"
"การจะยับยั้งเหตุการณ์นี้ ไม่ว่ายังไงก็จำเป็นต้องมีร่างทรงที่เล่น 'เพลงนั้น' ได้"
"แล้วไง?"
"แม้จะตามหาทั่วทั้งทวีป แต่หายังไงก็ไม่เจอ เลยมีการตกลงว่าจะไปค้นหาที่อีกโลก ฉันอยากให้นายมาช่วยได้แล้ว"
"ไปใช้คนอื่นเถอะ ฉันไม่ว่าง"
"อะไรนะ?"
"เดี๋ยวฉันจะไปตามหาพวกนั้น"
และในตอนนั้น มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาเป็นครั้งแรก
"ระยะนี้ไม่ค่อยอยากเห็นหิมะเท่าไหร่เลยไม่ได้ลงไปข้างล่างซะที พวกนั้นอาจกลับมาเกิดใหม่แล้วก็ได้ ฉันก็ต้องไปรับใช่มั้ยล่ะ อีเทอร์นัลเลียขี้เหงาจะตายไป แถมถ้าปล่อยไว้เฉยๆ ก็ไม่รู้ว่าแองเจโลกับแองเจลิก้าจะก่อเรื่องอะไรอีก..."
"อสูรขาว"
"ฉันรอมาตลอด รอให้พวกนั้นกลับมาเ้กิดใหม่ รอเวลาที่จะได้กลับไปใช้ชีวิตเหมือนแต่ก่อนอีก ฉันรอมานานพอแล้ว ฉันต้องไปรับ..."
"อีเทอร์นัลเลียที่เป็นเสาหลักของโลกนี้จะกลับมาเกิดใหม่ในสักวัน...แต่มนุษย์จะไม่กลับมาเกิดใหม่ รอนานเท่าไหร่ก็เปล่าประโยชน์ แองเจโลกับแองเจลิก้าเป็นมนุษย์ มนุษย์ที่ตายไปแล้วไม่มีทางฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้"
"เงียบนะ...ทำไมถึงได้มั่นใจนักว่ามนุษย์จะไม่กลับมาเกิดใหม่"
"มันคือกฎของโลกนี้ ผู้ที่มีวัฏจักรเวียนว่ายตายเกิดมีเพียงพวกเรา---ภูตต้นกำเนิดและอสูรศํกดิ์สิทธิ์เท่านั้น...แต่ก็ไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่ามันคือเรื่องจริงรึเปล่า"
"ต้องกลับมาแน่ พวกนั้นไม่มีวันผิดสัญญากับฉันหรอก!"
"ความตายมันเป็นเช่นนี้แหละ ยอมรับเถอะ อสูรขาว"
"ไม่!"
"เวลาล่วงเลยมาหลังจากนั้นได้ 200 ปีแล้ว...แต่ว่านายก็ไม่ยอมตัดใจซะที ไม่สิ หรือควรบอกว่าไม่เข้าใจซะมากกว่า"
"หมายความว่ายังไง?"
"นายเหมือนกับเด็กมนุษย์ไม่มีผิด เหมือนกับเด็กที่ได้เห็นศพของแม่ แล้วคิดเอาเองว่าแม่แค่หลับไปเฉยๆ และอยู่ข้างๆ ไม่ยอมห่างไปไหน ต่อให้ตามหาจากนี้เรื่อยไปอีกกี่ร้อยกี่พันปี นายก็ไม่มีวันได้สิ่งที่ตัวเองปรารถนาอีกเป็นครั้งที่สองแล้ว ฉันอยากพูดแค่นี้แหละ"
"อสูรขาว ผู้ที่จะเกิดกลับมาใหม่คือเทพีขาว
ไม่ใช่อีเทอร์นัลเลียของนาย"
ชายหนุ่มผมเงินสะดุ้งกับคำพูดนั้น
(ไม่จริง! ไม่มีทางหรอก ฉันต้องหาให้พบให้ได้)
เขาทนช่วงเวลาที่้ต้องเปล่าเปลี่ยวไม่ได้อีกต่อไป เพราะเขารู้จักแล้วว่าความยินดี ความสุขในยามที่มีคนยิ้มให้ มีคนเรียกชื่อของตนมันเป็นยังไง...
และในตอนนั้นเขาก็นึกถึงเหตุผลที่หญิงสาวผมแดงมาหาเขา...ใช่แล้ว อีกโลกหนึ่ง...นั่นคือสถานที่ที่เฉพาะภูตต้นกำเนิดและอสูรศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่ไปได้ แต่เขายังไม่เคยไปที่นั่นแม้แต่หนเดียว ได้ยินมาว่าที่โลกนั้นเป็นสถานที่ที่ภูตใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างยากลำบาก
(ใช่แล้ว ต้องใช่แน่ๆ ตามหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอแบบนี้ แปลว่าอีเทอร์นัลเลีย...ต้องอยู่ที่อีกโลกแน่นอน!)
ในใจของเขารู้สึกโล่งขึ้นมาทันที เหมือนกับได้แสงแห่งความหวังที่สูญเสียไปแล้วกลับคืนมา ไม่รอช้า ชายหนุ่มรีบเปิดประตู กางปีกบินไปยังอีกโลกทันที...เวลามีไม่มาก เพราะอีกโลกนั้นเป็นสถานที่ซึ่งภูตไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้ บางทีอาจไม่ใช่แค่อีเทอร์นัลเลีย แองเจโลกับแองเจลิก้าก็อาจจะกลับมาเกิดใหม่ด้วย
แต่พอมาถึง "อีกโลก" ความหวังของเขาต้องพังทลาย...ท้องฟ้ามืดครึ่ม มีแต่ทะเล หายใจก็ไม่สะดวก แถมไม่มีสัมผัสของพวกภูตเลย...เพียงเท่านี้ก็รู้ได้ทันทีแล้วว่า พวกเขาไม่ได้อยู่ที่นี่...
"โกหกน่า...โกหก! โกหก! โกหก! โกหก!...อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว! ใครสักคน ใครก็ได้...มองฉัน...บอกว่าฉันจำเป็นทีสิ..."
ชายหนุ่มได้ยินอีกเสียงหนึ่งที่ชายหาด
"ทำไมถึงได้ร้องไห้ล่ะ?"
ผู้ที่อยู่ตรงนั้นเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อายุยังไม่น่าถึงสิบขวบด้วยซ้ำ เธอทำหน้าเศร้าตามราวกับความเจ็บปวดของชายหนุ่มเป็นของตัวเองด้วย
"ฉะ...ฉันไม่ได้ร้อง..."
"นี่ อย่าร้องไห้เลยนะ"
เด็กหญิงก้าวผ่านน้ำทะเลโดยไม่สนความหนาวเหน็บเข้ามากอดชายหนุ่ม พร้อมกับร้องเพลงออกมา
(อ๊ะ!)
บทเพลงไม่คุ้นหูนี้มันเหมือนกับ..."เสียงอ้อนวอน" ที่อีเทอร์นัลเลียเคยร้องบ่อยๆ...แล้วเขาก็รู้สึกถึงพลังที่หลั่งไหลเข้ามาในร่างกาย
(นี่มัน...หรือจะเป็นเพลงศักดิ์สิทธิ์!?)
หากให้เปรียบเทียบ มันเหมือนกับแสงสีขาว...แสงสีขาวที่สาดส่องเข้ามาในความมืดมิด พอรู้สึกตัวอีกทีเด็กหญิงก็ร้องเพลงจบแล้ว
"ไม่น่าเชื่อ...ไม่น่าเชื่อว่าจะได้พบ...ฉันคิดว่าคงไม่มีวันได้พบอีกแล้วซะอีก ยังมีมนุษย์ที่สามารถมอบเพลงศักดิ์สิทธิ์ให้ฉันคนนี้ได้นอกจากพวกแองเจโลอีกเหรอ..."
เด็กหญิงได้แต่งง เป็นธรรมดาอยู่แล้ว เด็กคนนี้ไม่มีวันรู้อดีตของชายหนุ่มที่เพิ่งพบกันครั้งแรกแน่นอน แต่เขาไม่มีเวลาอธิบาย เวลาเหลือน้อยเต็มที เขาอยู่ในโลกนี้ได้อีกไม่นานแล้ว
"หยุดร้องไห้แล้วเหรอ? ไม่เศร้าแล้วใช่มั้ย?"
"อื้อ ไม่เศร้าแล้ว...เพราะฉันได้พบเพลงของเธอ...ไม่สิ เพราะฉันได้พบเธอแล้วไงล่ะ"
"ให้ฉัน...เป็นของเธอได้มั้ย?"
ชายหนุ่มพูดออกมา มันคือคำพูดแห่งสัญญา หากใครที่รู้จักเขาคงอดตกใจไม่ได้แน่ เพราะส่วนมากแล้วคำพูดเช่นนี้มักไม่หลุดออกมาจากปากของภูตระดับสูง
"เอ๊ะ?"
"ฉันไม่อยากมอบเพลงของเธอให้คนอื่น ฉันอยากอยู่ในสถานะที่ได้สามารถได้ทั้งร่างกายและจิตใจของเธอทั้งหมด อยากเป็นของเธอ...แค่ของเธอผู้เดียวเท่านั้น"
"เป็นของหนู...? ชอบเพลงของหนูเหรอ?"
"อื้อ ใช่"
"ถ้าให้คุณเป็นของหนูแล้วจะรักหนูตลอดไปรึเปล่า? ถ้าเล่นได้ไม่ดี หรือไม่มีคนปรบมือให้ก็จะไม่ดุหนูใช่มั้ย? ไม่ถอนหายใจใช่มั้ย?"
"อื้อ"
เขาพยักหน้ารับ โดยไม่เข้าใจสิ่งที่เด็กหญิงพูด...ต้องรีบแล้ว ในตอนที่ยังมีพลังเหลือเฟืออยู่นี้ ต้องรีบกลับก่อนสายไป แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็อยากทำสัญญากับเด็กคนนี้ก่อน เพื่อให้ได้พบเธอในโลกนี้อีกครั้ง
"แค่ร้องเพลง ไม่สิ แค่เธอคอยอยู่ข้างๆ ก็พอ..."
"อื้อ เข้าใจแล้ว"
"ฉันอยากได้หลักฐานยืนยัน"
"หลักฐานยืนยัน?"
"ใช่"
"หลักฐานยืนยันว่าเลือดเนื้อของฉันทั้งหมด เป็นของเธอ..."
=============================================================
ในยุคนี้ มีเกาะอันเป็นสถานที่เกิดของพวกภูตซึ่งเรียกว่า "เกาะภูต" ลอยอยู่เหนือน่านฟ้าของทวีปโพลิโฟนิก้า
"ภูต" คือชื่อเรียกสิ่งมีชีวิตที่เป็น "เพื่อนผู้แสนดีของมนุษย์" ซึ่งมีอยู่มากมายในโลกนี้ และมี "ดันทิสต์" ที่เล่นดนตรีพิเศษประเภทหนึ่งที่เรียกกันว่า "เพลงศักดิ์สิทธิ์" เพื่อใช้พลังจากพวกภูต
บนเกาะภูตแห่งนี้ มีโรงเรียนสำหรับผู้ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นดันทิสต์
"โรงเรียนส่วนกลางผู้ชำนาญภูต" หรือในชื่อย่อ "โรงเรียนเกาะภูต" หน้าโรงเรียนจะมีรูปปั้นของภูตต้นกำเนิด 8 เทพี พร้อมอสูรศักดิ์สิทธิ์
ว่าแต่มันมีกระต่ายด้วยเรอะ...อสูรอารักษ์น่ะ...
ถ้าจากรูปที่เราเห็นกันตรงๆ ก็จะมีหมาป่า มังกร กระต่าย ยูนิคอร์นใช่มั้ยคะ รูปปั้นที่เราเห็นๆ ก็พอจะเดาได้ว่ามีเทพีสีไหนมั่ง หุหุ
หมาป่า - เทพีขาว
มังกร - เทพีแดง (ต้องบอกอีกมั้ยว่าใคร????? ฮ่าๆๆๆๆๆๆ)
ยูนิคอร์น - เทพีม่วง
ส่วนเทพีขาวกับเทพีม่วง...จะได้เห็นต่อไปแน่นอนค่ะ หุหุ
ฤดูใบไม้ผลิของทุกปี ผู้ที่ผ่านการทดสอบที่จัดขึ้นทั่วโลก 4 ครั้ง จะได้รับจดหมายแนะนำให้เข้าเรียน และข้ามสะพานสายรุ้งมาเข้าเรียนที่นี่...ราวกับเป็น "โรงเรียนบนสวรรค์" ซะจริงๆ มีแค่เพียงผู้ถูกเลือกเท่านั้นจึงได้ย่างกรายเข้ามา
แต่ว่า----ทุกสถานที่ย่อมมีข้อยกเว้น....
แม้กระทั่งโรงเรียนเกาะภูตซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ก็ยังมีนักเรียนที่เข้ามาได้โดยไม่ต้องผ่านการสอบ...
"หวา! ซวยแล้ว!!! แย่แล้ว แย่แ่น่ๆ หลับเพลินซะได้!!!! อ๊า ทำไมต้องมาหลับเพลินวันนี้ด้วย วันนี้มีพานักเรียนใหม่ทัวร์โรงเรียนแท้ๆ เชียว!"
พอขึ้นปีการศึกษาใหม่ในฤดูใบไม้ผลิ นักเรียนปี 2 ก็พานักเรียนใหม่ทำความรู้จักกับโรงเรียน
สโนว์ดรอป หรือชื่อเล่นสั้นๆ ว่าสโนว์ วิ่งภายในโรงเรียนอย่างคุ้นเคยจนมาถึงประตูที่นัดกันไว้
"เอ แล้วคุณหนู......"
นักเรียนใหม่คนอื่นๆ ก็เริ่มไปเดินทัวร์กับเพื่อนร่วมห้องของสโนว์ดรอปแล้ว จนในที่สุดเธอก็เจอคนที่ตามหา
"คุณหนู...ท่านพริมโรสคะ!"
"อ้าว อรุณสวัสดิ์จ้ะ สโนว์"
เด็กสาวผมทองคนนี้คือ คุณหนูพริมโรส เกรนาร์ด ลูกสาวประจำตระกูลเกรนาร์ดที่สโนว์เป็นคนรับใช้อยู่ สโนว์ก็จะลัลล้ามาก ได้เห็นอาหารตาแต่เช้า (ฮา) เพราะพริมโรสเป็นประมาณคุณหนูเพอร์เฟคต์ หน้าตาดี มากความสามารถ
เมื่อ 8 ปีก่อน สโนว์เดินเตร็ดเตร่อยู่ที่ชายหาด และอยู่ในสภาพสูญเสียความทรงจำไปหมดสิ้น ก็ได้พริมโรสนี่แหละมาเจอตัว และหลังจากนั้นสโนว์ก็ทำงานรับใช้ตระกูลเกรนาร์ดมาตลอด แต่ด้วยเหตุผลบางประการทำให้สโนว์ได้มีโอกาสมาเรียนที่นี่พร้อมคุณหนูในฐานะเพื่อนร่วมห้อง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เลยออกแนวจั๊กจี๋หน่อยๆ เพราะพริมโรสเป็นทั้งเจ้านาย ผู้มีบุญคุณ เพื่อนสนิท...
สโนว์หันซ้ายหันขวามองรอบๆ ก็ไม่พบเงาของมิสพริซึมอาจารย์ประจำชั้น จึงรู้สึกโล่งใจที่ความไม่แตกว่าตัวเองมาสาย เพราะเมื่อวานทั้งอาจารย์ทั้งพวกรุ่นพี่สั่งนักสั่งหนาว่าอย่าสาย ถ้าความแตกล่ะซวยแน่ เดิมทีก็ไม่มีใครมองสโนว์ด้วยสายตาเป็นมิตรเท่าไหร่ เพราะเข้ามาแบบพิเศษโดยไม่ต้องสอบเข้า
"ฮุๆ ไม่ต้องระแวดระวังขนาดนั้นก็ได้จ้ะสโนว์ ฉันคุยกับมิสพริซึมมาเรียบร้อยแล้วล่ะ"
"เอ๊ะ? คุณหนูเหรอคะ?"
"จ้ะ"
"แล้วพูดไปยังไงคะ?"
"ฮุๆๆๆ ถึงเป็นอาจารย์ก็เถอะ แต่ไม่ว่าใครก็ต่างมีจุดอ่อนที่ให้คนอื่นรู้ไม่ได้ใช่มั้ยล่ะจ๊ะ แล้วก็คงไม่อยากให้ใครได้ยินในสถานที่ที่คนรวมตัวกันเยอะๆ แบบนี้ด้วย"
แถมคุณหนูยังยิ้มไปพูดไปหน้าตาเฉยอีก
(คะๆๆๆๆๆๆ คุณหนู นี่แปลว่าขู่อาจารย์ประจำชั้นรึเปล่าคะเนี่ย...)
พริมโรสเป็นคุณหนูที่สโนว์ภาคภูมิใจ สวยเลิศ เรียนเก่ง ใจดี มีมารยาท นิสัยดี...ถ้าไม่นับด้านมืด...
สโนว์กับพริมโรสไปหารุ่นน้องที่กลุ่มของตนได้รับผิดชอบ ซึ่งเด็กคนนั้นกำลังยืนมองรูปปั้นของ 8 เทพีและ 8 อสูรศักดิ์สิทธิ์อยู่
"นาโนโปนีท ลูซิโอลค่ะ"
ชื่อ...อ่านยากชิบเลยค่ะ...
นาโนโปนีทจะเป็นพวกเงียบๆ สีหน้าไร้อารมณ์ คล้ายๆ ตุ๊กตาหน่อยๆ
จากนี้ก็เป็นการทัวร์โรงเรียน เดี๋ยวจะแนะนำสั้นๆ ละกันนะคะ
เริ่มแรกก็เดินดูภายในตึกเรียนก่อน
สโนว์เห็นนาโนโปนีทดูอย่างสนใจเลยนึกย้อนถึงตัวเองตอนเข้ามาเรียนครั้งแรก ในตอนนั้นเธอไม่มีเวลาสำรวจโรงเรียนเลย เหตุเกิดจากการแข่งประกวดเพลงศักดิ์สิทธิ์ระดับประเทศซึ่งจัดขึ้นที่อาณาจักรโครันดัม บ้านเกิดของสโนว์กับพริมโรส ในตอนนั้นสโนว์ไปเชียร์พริมโรสซึ่งลงแข่งด้วย และสโนว์ได้เจอกับภูต "บลังก้า" ที่เป็นเจ้าของคอนทราเบสในตำนาน "Eternal White"
หลังจากนั้นก็เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น เพราะอยู่ๆ บลังก้าดันบอกว่าสโนว์เป็นผู้ทำสัญญาของตัวเอง แล้วก็ดึงดันจะให้สโนว์เข้าเรียนที่นี่ ก่อนหน้าที่ผ่านมา สโนว์ใช้ชีวิตเป็นเมดมาตลอด พอเข้าเรียนที่นี่เลยต้องหัดคอนทราเบสแบบอดหลับอดนอนเพื่อให้ตามทันเพื่อนๆ คนอื่น
แล้วนาโนโปนีทจะทักว่า มีภูตลอยไปลอยมาอยู่ในตึกเรียนด้วย สโนว์เลยเข้าใจว่านักเรียนที่มาจากข้างล่างคงรู้สึกไม่ชิน เพราะปริมาณภูตบนเกาะภูตจะเยอะกว่าข้างล่าง และมีความใกล้ชิดกับมนุษย์มากกว่า แต่ว่าสโนว์ไม่เข้าใจความรู้สึกนั้นเท่าไหร่หรอก ก็เพราะว่า...
"นี่ ทิ้งฉันไว้แบบนี้ คิดจะทำอะไรกันแน่ สโนว์"
"........................"
พอสโนว์หันหลังกลับไปก็เจอชายหนุ่มผมเงิน แถมยังลอยไปลอยมาในอากาศอีกต่างหาก

นักเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ต่างพยายามฝึกฝนกันเพื่อให้ได้ทำสัญญากับภูต สิ่งนี้คือเครื่องหมายที่แสดงว่าได้เป็นดันทิสต์เต็มตัวแล้ว และนี่คือภูตที่ทำสัญญากับสโนว์ "บลังก้า" ตัวต้นเหตุที่ทำให้สโนว์ได้เข้ามาเรียนที่นี่
"บลังก้า บอกแล้วไงว่าวันนี้ให้ทำตัวดีๆ"
"ทำไมถึงทิ้งฉันไว้คนเดียว?"
"บอกแล้วนี่ว่าวันนี้ต้องพานักเรียนใหม่ชมโรงเรียน"
"ไม่เกี่ยวกับฉันซะหน่อย ฉันเป็นของๆ เธอนะ แถมสัญญากันแล้วด้วยว่าจะไม่อยู่ห่างกัน"
"จำไม่เห็นได้เลยย่ะว่าสัญญาอะไรแบบนั้นไว้ด้วย!"
"เธอก็แค่ลืมน่ะแหละ ฉันน่ะยกทุกอย่างให้เธอมาตั้งนานแล้ว"
"ไม่อยากได้หรอก ไอ้ความรักน่ารำคาญของนายน่ะเอาคืนไปให้หมดไม่ต้องเหลือไว้เลยนะ ไปกันเถอะค่ะคุณหนู นาโนโปนีท"
บลังก้าดูท่าจะช็อกกับคำพูดเมื่อกี้ ทำท่าเหมือนคิดอะไรบางอย่างสักพัก แล้วก็เอาโหลของดองจากไหนไม่รู้ออกมา พลางหยิบของดองใส่เข้าปากเคี้ยวกร้วมๆ = =! พอนาโนโปนีทถามว่าภูตสีขาวนั่นเป็นภูตที่ทำสัญญากับสโนว์เหรอ สโนว์ถึงกับลน เพราะไม่ค่อยมีนักเรียนชั้นต้นที่เอาภูตเดินไปไหนมาไหนด้วย แถมยังกินของดองทำท่าทางเหมือนกับมนุษย์อีก....มันเสื่อม! สโนว์เลยรีบบอกว่ามันเป็นรสนิยมส่วนตัวของบลังก้าที่ชอบกินของดอง (ปกติภูตไม่กินของกินกันนะ...) ภูตที่ตัวเธอทำสัญญาด้วยและปกติก็มี แค่ตานั่นมันแปลกเฉยๆ (ฮา) สโนว์เลยเรียก สึคุโยมิ ภูตที่ทำสัญญาด้วยอีกตนออกมาให้ดู
ในสมัยนี้ยังสามารถทำสัญญากับภูตระดับล่างได้อยู่ แต่ในยุคปัจจุบันทำไม่ได้แล้วนะคะ
"บลังก้ายังติดสโนว์เป็นตังเมเหมือนเดิมเลยนะคะ"
"อ้า แน่นอนสิ เพราะฉันเป็นของๆ สโนว์นี่ มีสายสัมพันธ์พิเศษจากการทำสัญญา คนธรรมดาที่ทำสัญญาไม่ได้แบบเธอช่างน่าสงสารจริงๆ พริมโรส"
"ต๊ายแหม เป็นแค่หมาธรรมดาแต่ปากดีจังนะคะ อ้อ ใช่ๆ มีกฎห้ามให้สัตว์เลี้ยงเข้ามาเดินเพ่นพ่านในโรงเรียน ไว้ถ้าเจอคราวหน้าต้องไปรายงานให้จับโยนออกไปข้างนอกซะแล้วสิ"
"ด-ดูท่าว่าเธอจะเคยมีประสบการณ์แค่ความสัมพันธ์เปราะบางแบบมนุษย์กับสัตว์เลี้ยงสินะ สัญญาระหว่างภูตกับดันทิสต์น่ะ มันเป็นสายใยที่แน่นแฟ้น..."
"แหม หมาที่ไม่เคยได้รับอนุญาตแม้กระทั่งจับมือ เห่าเก่งจังเลยค่ะ"
ว่าแล้วคุณหนูก็จับมือสโนว์แล้วลูบๆ คลำๆ
"นี่ รู้มั้ยจ๊ะสโนว์? หัวใจซื่อสัตย์ของหมาเป็นสิ่งที่วิเศษมากเลยนะ แม้รู้ตัวว่าจะถูกทิ้ง แต่ถ้าสั่งให้มันรอ มันก็จะรอเจ้านายเรื่อยไปจนกว่าจะตาย...คราวหน้า ลองดูกันดีมั้ยจ๊ะว่าจะทนรอได้กี่ปี?"
(ค-คุณหนู...บลังก้า!?)
จะบอกว่าคุณหนูพริมโรส...เหมือนเธอจะแอบวายแหละ หวงสโนว์โคตร จนน่าเอาไปจิ้น...คุณหนูเลยไม่ชอบบลังก้าที่มาทีหลัง แต่มาทำัตัวสนิทกับสโนว์ สองคนนี้เลยจะพูดเสียดสีกันแบบนี้ประจำ ฮาาาา
สโนว์เลยรีบตัดบท ชวนนาโนโปนีทไปที่ห้องเก็บโน้ตเพลง ซึ่งอยู่ใจกลางของโรงเรียนเกาะภูต ห้องเก็บโน้ตเพลงแห่งนี้รวมเพลงศักดิ์สิทธิ์จากทั่วโลกมาเก็บไว้ ไม่จำกัดว่าเก่าหรือใหม่ แล้วก็จะมีห้องพิเศษสำหรับพวกโน้ตเพลงต้องห้าม ซึ่งเพลงพวกนี้จะทำให้พวกภูตเสียสติ หรือทำให้ดันทิสต์เกิดอาการประหลาดๆ ซึ่งโน้ตพวกนี้ก็จะลงผนึกไว้อย่างดี ของอันตรายจริงๆ ก็จะเก็บไว้ใต้ดิน ไม่ให้ใครได้เห็น
อยู่ๆ พวกสโนว์ก็ได้ยินเสียงโครมคราม...ซึ่งก็คือสองคนนี้...

เพื่อนร่วมห้อง เดซี่ เบิร์นสไตน์ กับพีส ภูตระดับกลางที่ทำสัญญาด้วย...เดซี่เนี่ยจะมองพริมโรสเป็นคู่แข่ง คือ ในอาณาจักรโครันดัมจะมี 5 ตระกูลใหญ่ที่ทรงอิทธิพล ซึ่งตระกูลเกรนาร์ดของพริมโรส กับเบิร์นสไตน์ของเดซี่ก็อยู่ในนั้นด้วย...เดซี่นี่ซึนเดเระค่ะ ฮาาาาาา ดูเผินๆ เหมือนชอบอวดเบ่ง ทำตัวเป็นเจ้านายกับพีส ประมาณเป็นแค่ภูต กล้าดียังไงมาสั่งชั้น แต่ก็ชอบมัน เหอๆๆๆๆๆ....
สโนว์เลยถามว่าแล้วรุ่นน้องที่เดซี่ต้องดูแลล่ะไปไหน เดซี่เลยบอกว่าเสร็จละ...สโนว์เลยเตือนไปว่าทำแบบนี้มันไม่ดีนะ มันเป็นหน้าที่ ไม่ใช่รีบทำส่งๆ แล้วหาเวลาว่างให้ตัวเอง แล้วตอนจะกลับก็ได้ยินเดซี่โวยวายใส่พีส ประมาณว่าเธอไม่ชอบใจที่พีสไปวอแวกับนักเรียนใหม่...(หึงสินะ) จริงๆ พีสแค่อยากเทคแคร์นักเรียนในความดูแลของเดซี่ให้ดีเฉยๆ แค่นั้นเอง...พ่อแง่แม่งอนกันจนไม่ทันสังเกตว่าพวกสโนว์ยังไม่ไป พอเห็นว่ายังอยู่ เดซี่เลยรีบไล่เลย ฮาาาา
กลับมาเดินในตึกเรียนถึงเวลาเที่ยงพอดีก็แวะไปโรงอาหารกัน พริมโรสไปจองที่นั่งให้ก่อน สโนว์เลยต้องถือถาดเผื่อไปให้พริมโรสด้วย แล้วก็มีเสียงหนึ่งบอกสโนว์ว่าจะช่วยถือถาด
จอร์ช ยูนากิ เพื่อนร่วมห้อง และเพื่อนคนแรกของสโนว์นับแต่เธอเข้าเรียนที่นี่...ใช้คนพากย์เดียวกับไอ้จืดด้วยแหละ ฮาาาา ที่จริงสโนว์ทำงานเป็นเมดมานาน ถาดแค่นี้สบายอยู่แล้วแต่ก็รู้สึกมีความสุขกับความจริงใจของจอร์ช จอร์ชเรียนเก่ง เป็นคนพยายามและอายุมากกว่าสโนว์ปีสองปี แต่จอร์ชไม่ค่อยทำตัวว่าตัวเองอายุมากกว่านะ อะไรงี้ จอร์ชเลยเป็นเพื่อนอีกคนที่สโนว์ภูมิใจมากไม่แพ้พริมโรส และจอร์ชเป็นนักเรียนตรวจตราประจำชั้นปี 2 ด้วย
นักเรียนตรวจตราหรือ 監督生 คล้ายๆ เป็นตัวแทนของชั้นปีนะคะ จะเลือกโดยคัดจากผลการเรียนมากลุ่มนึง คล้ายๆ พวกแขนแดง...อะไรงี้ล่ะมั้ง (ใครเกิดทันบ้างคะ ฮ่ะๆๆๆ)
"ถึงบอกงั้นก็เถอะ แต่ฉันก็แค่อายุเยอะสุดในชั้นปีนี้เท่านั้นเอง"
"ไม่ต้องถ่อมตัวหรอก ฉันคิดว่าดีซะอีกที่จอร์ชได้เป็นนักเรียนตรวจตรา"
ถ้าเกิดมีใครในกลุ่มเพื่อนร่วมห้องช่างแกล้งได้เป็นขึ้นมาล่ะก็ ชีวิตในโรงเรียนของสโนว์คงได้รันทดกว่านี้แน่...
"ไม่จริงเลย...นักเรียนปี 2 ที่ยังไม่มีภูตมาสนิทสนมด้วยก็มีแต่ฉันนี่แหละ"
จอร์ชมีอดีตบางอย่าง...อดีตที่ว่าเขาไม่สามารถทำสัญญากับภูตได้เลย พอมีภูตจะขอทำสัญญาด้วยทีไร ก็มีอันต้องเกิดเหตุฟ้าผ่าทำเอาภูตพวกนั้นเผ่นราบซะทุกครั้งไป
(รีชูลีสินะ...)
ที่จริงมีเหตุผลบางอย่างทำให้จอร์ชต้องประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้...ต้นเหตุมาจากภูตเด็กสาวที่ชื่อ "รีชูลีทิง" ซึ่งเธอคนนี้อยากทำสัญญากับจอร์ช แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปาก...ได้แต่คอยวนเวียนเกาะแกะเป็น stalker อยู่ห่างๆ พอภูตอื่นจะมาขอจอร์ชทำสัญญา แม่ก็เสกฟ้าผ่าซะ...แต่ดูเหมือนจอร์ชจะไม่รู้ว่ารีชูลีเป็ตัวการ ที่จริงทั้งคู่เคยทำสัญญาชั่วคราวกันครั้งนึงแล้ว และจอร์ชก็ให้ความสำคัญกับเธออย่างดี แต่....
สโนว์รู้สึกเหมือนเห็นเส้นผมสีม่วงๆ อยู่อีกฝั่งประตูโรงอาหารที่เปิดคาไว้
(อยะ...อยู่จริงๆ ด้วย!)
มีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ในเงาต้นไม้...สโนว์พอเดาได้ว่าต้องเป็นรีชูลีทิงที่มาคอยด้อมๆ มองๆ ดูจอร์ชด้วยความรักความห่วงใย (?) แน่นอน สโนว์นึกได้ว่าต้องรีบเตือนนาโนโปนีทให้อยู่ห่างๆ จอร์ชไว้ และตอนนั้นเองก็มีคนถูกเบียดจนทำถาดอาหารร่วงมาทางนาโนโปนีท จอร์ชก็ดึงตัวนาโนโปนีทหลบ เลยกลายเป็นดูเหมือนกอด...
(เมื่อกี้...แว้บนึง...เหมือนจอร์ชจะกอดนาโนโปนีท...)
สังหรณ์ใจไม่ดี
เปรี้ยง!
สายฟ้าสีม่วงผ่ากลางโรงอาหาร พื้นเป็นรูเลย
สโนว์เลยรีบพานาโนโปนีทลี้ภัยออกจากโรงอาหารก่อนจะไหม้
ทั้งคู่พากันหนีมาจนถึงป่า
"จอร์ชเป็นคนดีอยู่หรอก...จอร์ชน่ะนะ แต่ว่าพยายามอย่าเข้าใกล้เกินความจำเป็นจะดีกว่า --- เพราะเดี๋ยวฟ้าจะผ่าลงมาแบบที่เห็นเมื่อกี้นี่แหละ"
"ฟ้าผ่า...???"
"อีกสักพักจะรู้เอง"
คุณหนูพริมโรสลี้ภัยตามหลังมา ไหนๆ ก็ไหนๆ สโนว์เลยถือโอกาสอธิบายเรื่องป่าภูต

ป่านี้จะเป็นที่อาศัยของภูตส่วนใหญ่บนเกาะภูต ถ้าอยากทำสัญญากับภูตก็มาที่ป่านี้ได้ เวลาเลิกเรียน นักเรียนส่วนใหญ่ก็มักมาเล่นดนตรีที่นี่ เพื่อหาโอกาสทำสัญญากับภูตไปด้วย ป่านี้ว่ากันว่าเป็นกิ่งก้านสาขาของต้นไม้ภูตศักดิ์สิทธิ์ "กลอรีอาน่า" และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ด้วย โรงเรียนแห่งนี้มักมีจัดซ้อมต่อสู้บ่อย และถือเป็นการเทสต์ด้วยว่าสามารถควบคุมภูตได้ดีแค่ไหน ฉะนั้นยิ่งมีภูตที่ทำสัญญามากเท่าไหร่ยิ่งดี
อยู่ๆ บลังก้าก็โผล่จากไหนไม่รู้ มาอธิบายเพิ่ม
"ภูตแบบพวกเราก็มีอารมณ์ความรู้สึก รู้สึกดีใจหรือโกรธได้"
แล้วก็ลงมากอดเอวสโนว์หมับ...
"ใช่ ถ้าเธอทำเป็นเย็นชาใส่ก็เศร้าได้เหมือนกัน ทีตอนกลางคืนนะกอดฉันไม่ยอมปล่อย พอเช้ามาก็ผลักซะหัวทิ่มหัวตำ เรียกให้เข้ามาบ้างล่ะ ไล่ให้ไปไกลๆ บ้างล่ะ เธอนี่เอาแต่ใจอย่างร้ายกาจเลยนะ"
"ก็เพราะนายอยู่ในร่างหมาไม่ใช่เหรอไง!"
คนอื่นฟังมีหวังได้เข้าใจผิด สโนว์เลยรีบแก้ต่างใหญ่
"พูดอะไร จะร่างไหนก็ฉันทั้งนั้น"
"คนกับหมามันต่างกันเยอะนะ"
"หึหืม~ อะไรก็ไม่เกี่ยวทั้งนั้นแหละ เธอรู้อยู่แก่ใจว่าร่างไหนมันก็ฉัน มีคนมากอดก็ไม่เลวเท่าไหร่หรอก แต่ฉันชอบเวลาเธอใช้นิ้วลูบๆ คลำๆ มากกว่านะ ชอบทั้งแบบรุนแรงและอ่อนโยนเลย แต่ว่าถ้ารุนแรงมากไปก็พังได้นะขอบอก"
"งะ-เงียบนะยะ พูดอะไรของนาย อีตาคอนทราเบสเฮนไต!"
เครื่องดนตรีแห่งตำนาน คอนทราเบส "Eternal White" จะเรียกว่าเป็น "ร่างแบ่งภาค" ของบลังก้าก็ได้ (คล้ายๆ พระนารายณ์แบ่งภาคลงมาเกิดบนโลกน่ะ ตัวพระนารายณ์ก็ยังอยู่บนสวรรค์ใช่มะ)
อันนี้เป็นเกร็ดนอกเรื่อง ในยุคที่ยังไม่มีวันแมนออเคสตร้าใช้แบบในยุคนี้ (เรียกว่ายังไม่แพร่หลายจะถูกกว่ามั้ง) จะนิยมเล่นประสานกันเพื่อเพิ่มพลังให้เพลง หรือกรณีที่ไม่ได้เล่นประสานก็ใช้เครื่องดนตรีพิเศษแบบนี้แหละ ซึ่งเครื่องดนตรีพิเศษ 8 ชิ้นที่ต่างมีอสูรศักดิ์สิทธิ์สิงอยู่นี้ เรียกว่า 愴想楽器 sousou gakki (ยังหาคำแปลไม่ได้ เรียกงี้ไปก่อนนะ...) เครื่องดนตรีนี้จะมีออปชั่นอะไรที่สูงกว่าเครื่องดนตรีธรรมดา และจุดพิเศษอีกอย่างก็คือ เครื่องดนตรีชิ้นนั้นจะเป็นคนเลือกผู้เล่นค่ะ คนที่ไม่ได้รับเลือกก็เล่นไม่ได้
ตอนนี้มีปรากฏออกมา 2 ชิ้นคือ คอนทราเบส "Eternal White" ของอสูรขาวศักดิ์สิทธิ์บลังก้า และ harpsichord "Scarlet Reeds" ของอสูรแดงศักดิ์สิทธิ์เอริวทรอน (ฟลาเมล) และมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างจากภาค Black ว่า >> ฮาร์โมนิก้าที่มาเทียใช้ อาจเป็น sousou gakki ของมานากะด้วยเหมือนกัน (มานากะเป็นอสูรดำศักดิ์สิทธิ์นะ) แถมคนอ่านที่อ่านเล่มล่าสุดลือกันไปแล้วด้วยซ้ำว่ามาเทียอาจเป็นร่างเกิดใหม่ของเทพีดำ แบบสโนว์ที่เป็นร่างเกิดใหม่ของเทพีขาว
เอาล่ะ ต่อ ฮา...
ว่าแล้วสโนว์ก็เอาคาตานะ "ซาซาเมะ" ที่เธอห้อยติดตัวไว้ตลอดเวลาออกมาไล่ฟันบลังก้า (คนอ่าน Crimson จบแล้ว คงเห็นคาตานะอันนี้กันแล้วสินะ)
"นายอยากจะพูดอะไรมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วเนี่ยหา!"
"สโนว์ ฉันอยากจะบอกเธอว่าทิ้งภูตที่ทำสัญญาด้วยไว้นานๆ มันไม่ดีนะรู้ัมั้ย"
บลังก้าเลยพูดต่อเรื่องที่ภูตปรับร่างกายตัวเองให้เข้ากับเพลงของผู้ทำสัญญาคนเดียว และบอกสโนว์ให้จิ๊ะจ๊ะกับมันมากกว่าีนี้หน่อย แล้วก็โอบอีก (ไอ้นี่ขยันแต๊ะอั๋งจริง...) สโนว์แกล้งทำเป็นไม่ขยับ พอบลังก้าเข้ามาใกล้เลยเขกหัวซะ จน...
เป็นหมาไปเลย...
จากนั้นสามสาวเดินมาจนถึงโซนตึกเรียนเก่าที่อยู่หลังโรงเรียนลึกเข้าไปในป่า ตึกเก่าพวกนี้ไม่ได้ใช้มา 200 ปีแล้ว และเจอกับโบสถ์หลังนึงที่สะดุดตามาก
"ว่ากันว่า สมัยก่อนเมื่อนานมาแล้ว โรงเรียนนี้เคยปิดไปครั้งนึงเพราะเหตุสงคราม ตึกเรียนทางนี้ก็เลยไม่ได้ใช้จนทุกวันนี้น่ะจ้ะ"
แต่สโนว์ไม่ค่อยชอบที่นี่เท่าไหร่ เพราะมีข่าวลือว่ามีผีออกมาด้วย เลยจะพาไปจุดอื่น สโนว์ทักนาโนโปนีทที่ยืนจ้องโบสถ์ตาไม่กะพริบ
"....อย่างนี้เอง...ต้นแบบมีชะตากรรมต้องเป็นอย่างนี้สินะ"
"เอ๊ะ..."
พริมโรสเลยถามนาโนโปนีทว่าเห็นผีเหรอ สโนว์เลยรีบพาไปที่อื่นทันที เหอๆ สโนว์รีบผลักหลังพริมโรสให้ออกห่างจากที่นี่ นาโนโปนีทหันกลับไปมองโบสถ์อีกครั้ง
"...อีกนิดเดียว...อีกนิดเดียวเท่านั้น"
ที่นี่คือสวนหลังโรงเรียน สวยมั้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ที่นี่มักใช้เป็นสถานที่ฝึกซ้อม ให้ดันทิสต์ใช้เพลงควบคุมภูตต่อสู้ และกั้นพื้นที่ไม่ให้ล้ำเข้าไปในป่าแล้ว ฉะนั้นจะอาละวากสักนิดก็ไม่เป็นไร ตามสบาย หุหุ อีกทั้งที่นี่เป็นสถานที่ยอดฮิตของนักเรียนหลังเลิกเรียน จะเห็นนักเรียนถือเครื่องดนตรีเต็มไปหมด มีทั้งให้ภูตฟังเพลงบ้าง ปรับแต่งเครื่องดนตรีบ้าง
ไม่ทันไรพวกสโนว์ก็ได้ยินเสียงระเบิด พร้อมกับมีนักเรียนวิ่งหนีหน้าตั้ง จะว่าเป็นการซ้อมต่อสู้ก็แปลกไปหน่อย เพราะปกติไม่แรงขนาดนี้
สโนว์เห็นแจ๊คเคอลีน เพื่อนร่วมห้องเดียวกันโดนภูตเล่นงานอยู่ แถมภูตนั่นยังเป็นภูตที่ทำสัญญาด้วยอีกต่างหาก...สโนว์เลยเข้าไปช่วย แถมใช้คาตานะปัดสายฟ้าภูตได้อีก แล้วก็ท้าให้ภูตที่ชื่อซาครีดนี่มาสู้กับตัวเองแทน
เกร็ดนอกเรื่องอีกอัน ใครที่ดูอนิเม Crimson S ตอน 7 คงเห็นชื่อ "หินนักปราชญ์" กันแล้ว (ใครดูซับเราคงได้อ่านโน้ตแล้วเด้่อว่ามันคืออะไร) ในยุคของภาค White จะใช้เป็นสัญลักษณ์ของ 7 ตระกูลชั้นนำในจักรวรรดิเมนิสค่ะ แล้วในกระบังดาบซาซาเมะของสโนว์เนี่ย มีหินนักปราชญ์ฝังไว้ด้วย (ก้อนสีน้ำเงินน่ะ) ทำให้ดาบซาซาเมะ ไม่ใช่ดาบธรรมดา แต่เป็นดาบเมพพพพพพ ตัดหรือสัมผัสสายฟ้าภูตได้ และก็ฟันภูตได้ด้วย
สึคุโยมิที่ป้วนเปี้ยนอยู่ข้างสโนว์บอกว่า
"สโนว์ คาตานะทำอะไรภูตไม่ได้หรอก!"
"แต่ว่าตอนนี้ฉันไม่มีอีเทอร์นอลไวท์ อาวุธของฉันมีแค่สิ่งนี้เท่านั้น!"
ต่อให้ดาบซาซาเมะสามารถใช้ฟันภูตได้ แต่อีกสักพักแผลนั่นก็หายอยู่ดี การจะสู้กับภูตมีแต่ต้องใช้ภูตด้วยกันเท่านั้นจึงได้ผลดีที่สุด
ภูตซาครีดยิงพลังมาเป็นลูกศรแสงนับร้อยมายังสโนว์ สึคุโยมิมาขวางหน้าไว้ ทำให้สโนว์นึกถึงภาพของภูตน้อยๆ ตนหนึ่งที่สลายไปกับการโจมตีเพราะเคยปกป้องเธอไว้...
"ไม่ได้การ บลังก้า!"
"เธอนี่เรียกฉันช้าตลอดเลยนะ สโนว์"
สโนว์ได้ยินเสียงคล้ายๆ อะไรบางอย่างแตก และรู้สึกถึงสัมผัสเย็นๆ ที่ผ่านแก้ม...ลูกศรแสงที่พุ่งเข้าหาสโนว์จับตัวเป็นน้ำแข็ง แตกไปแล้ว...เท้าของสโนว์ลอยขึ้นจากพื้นเพราะบลังก้าอุ้มอยู่
ไอ้บลังก้านี่มันขยันแต๊ะอั๋งจัง ไอ้จืด...หัดเรียนรู้ไปทำกับเจ๊ํแดงบ้างนะ ฮาาาาา
"อา...นี่นาย...มาช่วยฉันเหรอ..."
"แน่นอนสิ ก็บอกแล้วไงว่าฉันเป็นของเธอ เวลาที่ฉันจำเป็น เธอจะเรียกตอนไหนก็ได้ แล้วทำไมถึงไม่ยอมทำ เก็บดาบนั่นได้แล้ว สิ่งที่ดันทิสต์แบบเธอจะใช้ไม่ใช่คาตานะ"
บลังก้ายื่นมือไปบนฟ้า และตะโกนว่า
"มานี่ อีเทอร์นอลไวท์!"
แสงสีเงินพุ่งลงมาจากฟ้า พร้อมกับคอนทราเบสสีขาวในมือสโนว์
"กล้าดียังไงมาทำร้ายสโนว์ของฉัน"
เอ่อ...รู้สึกพวกก๊วนเทพเค้าจะกล้าประกาศกันได้ไม่อายปากเลยเนอะ...ทั้งเจ๊แดง มานากะ บลังก้า...
สโนว์เล่นเพลงสำหรับต่อสู้ที่เพิ่งเรียนไปให้บลังก้า ก็ชนะได้ไม่ยากนัก สโนว์รีบห้ามไว้ก่อนบลังก้าจะทำอะไรมากกว่านี้ เพราะนี่เป็นภูตที่ทำสัญญากับแจ๊คเคอลีน บลังก้าเลยรู้ว่าที่ซาครีดเป็นแบบนี้คงเพราะผู้ทำสัญญาปล่อยปละละเลย ไม่ค่อยให้ฟังเพลงจนคลุ้มคลั่งล่ะสิ ทำให้สโนว์นึกถึงคำพูดที่บลังก้าพูดไว้ที่ป่าภูตเมื่อกี้
ถ้าเธอไม่สนใจบลังก้าบ้าง แล้วบลังก้าจะกลายเป็นเหมือนซาครีดหรือเปล่า?
พอคิดถึงเรื่องนี้ สโนว์ก็ไม่สามารถเล่นอีเทอร์นอลไวท์ต่อไปได้
"สโนว์?"
"นะ-นายก็ด้วยรึเปล่า? ...นายก็คิดอยากจะทำร้ายฉันแบบนั้นด้วยมั้ย?"
บลังก้าขำแล้วดีดแก้มสโนว์
"ถึงเธอไม่ต้องการฉันแล้ว ฉันก็ไม่แค้นเธอหรอก บอกแต่แรกแล้วนี่นาว่าฉันเป็นของเธอ"
พูดจบมันก็เลียแก้มสโนว์ ทำเหมือนเป็นหมาเลย
"นี่นาย!"
ช่างน่าประหลาดที่ความไม่สบายใจที่เธอรู้สึกเมื่อกี้ หายไปอย่างปลิดทิ้ง
(แต่ว่า ทำไม...)
ทำไมบลังก้าถึงได้พูดอย่างมั่นใจนักว่าตัวเองจะไม่แค้นเคือง
(งั้น...แล้วถ้าฉันบอกว่าไม่ต้องการแล้วล่ะ?)
อาจจะโกรธจนแทบเป็นบ้า รู้สึกเจ็บใจ หรืออาจจะเศร้าจนร้องไห้ก็ได้ แต่คงจะไม่ทำร้ายคนอื่นแบบซาครีด...แน่นอน
พอเสร็จเรื่องแล้ว แจ๊คเคอลีนก็ให้ซาครีดฟังเพลงจนหายเป็นปกติ สโนว์รู้สึกว่ามันแปลกๆ เพราะเป็นอะไรที่พบเจอได้น้อยมาก ดันทิสต์ส่วนมากจะรู้เรื่องนี้กันดี และถึงภูตจะเสียผู้ทำสัญญาไปอย่างกระทันหันก็มักจะไม่คลุ้มคลั่งในทันที
"หรือว่ามันจะเกี่ยวกับการที่เกาะภูตกำลังตกลงเรื่อยๆ..."
"เกาะภูต...กำลังตก?"
"อื้อ ใช่"
"ในตอนนี้ เกาะภูตให้กำเนิดภูตได้ยากขึ้นเรื่อยๆ จ้ะ ทำให้ปริมาณภูตที่คอยค้ำจุนเกาะภูตลดจำนวนลง เกาะจึงลดระดับต่ำลงเรื่อยๆ"
"แล้วมีแผนรับมืออะไรบ้างรึเปล่าคะ?"
"อื้อ ตอนนี้กำลังทำการรวบรวมผู้ที่สามารถเป็นร่างทรงได้จากทั่วโลกอยู่น่ะ"
"แล้วนักเรียนทุกคนในโรงเรียนนี้ก็ถือว่ามีโอกาสเป็นร่างทรงได้เหมือนกัน เธอก็ด้วยนะ นาโนโปนีท"
ร่างทรงที่ว่าเพื่อเอามาร้องเพลงอะไรสักอย่างที่จะทำให้เกาะภูตไม่ตก...แต่เนื้อหาของเรื่องนี้จะยังไม่มีพูดถึงนะคะ
บลังก้าที่อยู่ในร่างหมาก็บอกว่าซาครีดตื่นแล้ว แล้วก็ต่อว่าแจ๊คเคอลีนว่าวันๆ คงเอาแต่คิดถึงแต่ตัวเองล่ะสิ ไม่ยอมให้ภูตของตัวเองฟังเพลงจนเป็นถึงซะขนาดนี้ แจ๊คเคอลีนเลยรีบแก้ตัวว่าซาครีดไม่ใช่ภูตของเธอ แต่เป็นภูตที่ทำสัญญาคอยรับใช้ตระกูลของเธอต่างหาก
ซาครีดเล่าให้ฟังว่าบรรพบุรุษของแจ๊คเคอลีนมีบุญคุณกับเขาอยู่ เลยทำสัญญาคอยรับใช้เพื่อทดแทนบุญคุณ แต่ตอนนี้เขาอยากยกเลิกสัญญาเพราะคิดว่าตัวเองทดแทนบุญคุณมามากพอแล้ว แถมแจ๊คเคอลีนก็ไม่มีวี่แววจะเป็นดันทิสต์ที่ดีได้ด้วย ที่ยืดสัญญามาจนป่านนี้เพราะยังติดบุญคุณหรอก...และมาขอทำสัญญากับสโนว์แทน (เอางี้เลยเรอะเพ่)

"ห่ะ?"
"เอ๋!?"
"..............."
''ว่าไงนะ?"
ซาครีดบอกว่าอยากตอบแทนบุญคุณสโนว์ที่ช่วยเขาไว้เมื่อกี้ แจ๊คเคอลีนที่ไม่ชอบหน้าสโนว์อยู่แล้วได้ทีเลยโวยใหญ่ว่า ที่สโนว์มาช่วยเธอเพราะเล็งไว้แบบนี้สินะ...อุตส่าห์ช่วยจนเกือบเอาชีวิตไปทิ้ง ยังโดนหาว่าเป็นขโมยอีก...ในจังหวะที่กำลังเถียงกัน ซาครีดก็จับมือสโนว์กำลังจะจุมพิต...บลังก้ากลับเป็นร่างคนต่อยซาครีดซะหน้าจิ้มพื้น
"นี่แก อย่ามาแตะต้องสโนว์ของฉัน!"
"อะ...."
"อุตส่าห์ช่วยไว้โดยไม่ฆ่า กล้ามากนะที่มาแตะต้องสโนว์ของฉัน!"
"บลังก้า เดี๋ยว-"
"แต่ว่าสำหรับดันทิสต์ ยิ่งมีภูตทำสัญญาด้วยมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีไม่ใช่เหรอ"
"แก!! รู้ไว้ซะนะ สโนว์จำเป็นต้องมีฉัน ฝีมือเล่นคอนทราเบสก็ยังมือสมัครเล่นอยู่ ไร้มารยาท แถมยังชอบใช้กำลังอีก ถ้าฉันไม่คอยช่วยหนุนละ่ก็มีหวังเกิดเรื่องใหญ่แน่!"
"ถ้าอย่างนั้น ฉันต้องเป็นประโยชน์ให้เค้าได้แน่ ไม่จำเป็นต้องมีนาย"
"หึหืม ไม่มีทางหรอก นายยังไม่รู้จักยัยนี่ดีถึงได้กล้ามาตีสนิทแบบนี้ ลองเบิกตาดูความไร้ความเซ็กซี่นี่ซะ!"
"นี่นาย! จะชอบใช้กำลังหรือไม่เซ็กซี่เนี่ย ไหงมันไปเกี่ยวกับเพลงศักดิ์สิทธิ์ได้!?"
"หืม อ่อนหัดนักสโนว์ เพลงศักดิ์สิทธิ์ที่ได้จากยัยเตี้ยตะแมะแคะไร้ความเซ็กซี่ มันก็ไม่มีความเซ็กซี่อยู่ในนั้นด้วยน่ะสิ"
"อะไรน้า!"
(ฉันมันบ้าชัดๆ ที่หลงสำนึกผิด!)
สโนว์เลยเขกหัวจนบลังก้ากลับร่างหมาอีกหน บลังก้าโวยใหญ่แต่สโนว์ทำเป็นเมินแล้วพูดว่า วันนี้ไม่ได้กินมื้อเที่ยง ชักหิว...และบอกกับซาครีดว่า
"อย่างที่เห็น ฉันไร้มารยาท แถมยังมือหนัก เป็นคู่หูผู้ดีให้ใครเค้าไม่ได้หรอก ไปหาคนอื่นเถอะ"
"ตะ-แต่"
"เฮ้ย สโนว์! จะทิ้งฉันไปไหนอีก!"
"นาโนโปนีท กลับไปแวะโรงอาหารอีกรอบมั้ย? ใกล้เวลาอาหารเย็นแล้ว คุณหนูก็ด้วยนะคะ"
"นั่นสินะคะ"
พริมโรสซึ่งยืนอยู่ข้างๆ นาโนโปนีทส่งยิ้มด้านมืดออกมา
"ดีเหมือนกันจ้ะสโนว์ เอางั้นดีกว่าเนอะ"
ไม่รู้ว่าสโนว์คิดไปเองรึเปล่าว่า เห็นคุณหนูพริมโรสส่งยิ้มเยาะไปให้บลังก้า...
"เฮ้ย สโนว์!!!!!!!!!"
พวกสโนว์ที่หันหลังเดินออกจากป่าได้ยินเสียงตะโกนของบลังก้าตามหลังไปติดๆ
.
.
.
.
ชีวิต 1 วันบนโรงเรียนเกาะภูตผ่านไปแบบนี้
วันธรรมดาที่คิดว่าไร้สาระไปวันๆ...กว่าจะรู้ว่าต้องสูญเสียมันไปในสภาพที่ไม่เคยคาดคิด
ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นถัดจากนี้อีกไม่นาน...
Continue to Memories White ~ First Emotion ~ : Part 1
=============================================================
- ลัลล้ากับเสียงพากย์ของ Kitamura Eri กับ Midorikawa Hikaru มากๆ หุหุ
- เรื่องชื่อแกน 柱名 ที่เป็นชื่อกลางรวมทั้งแหล่งพลังของภูต กรณีฟลาเมลนี่พอเข้าใจว่าโคตี้เป็นฝ่ายยึดคืนเอง แต่บลังก้าเสียเพราะเทพีขาวตายเหรอ? แต่ไหงปัจจุบันมันถึงกลับมาเป็นแบบเดิมได้ เพราะอะไร....
- ตามบทบรรยาย สโนว์ผมดำ ตาดำนะคะ...แต่คิดว่าพอลงสีเนี่ย ถ้าดำหมดมันคงมืดล่ะมั้ง...เลยใช้สีม่วง...
- อ่านๆ แล้วก็หดหู่แฮะ โรงเรียนสวยแบบนี้ต้องล่มสลายตอนเกาะภูตตก T-T
- ร่างทรง ใช้มาว่า 巫女姫 ไอ้ครั้นจะแปลเจ้าหญิงร่างทรงมันก็...เอ่อ...แล้วพวกผู้ชายล่ะ....
- เพลงต้องห้ามที่สโนว์พูดถึงในห้องเก็บโน้ตเพลง ไม่รู้จะหมายถึงเพลงที่โผล่ใน Crimson ภาคทำงานหรือเปล่า แต่มีความเป็นไปได้สูงมาก
- สึคุโยมิเป็นภูตที่เกิดจากเสียงเพลงของสโนว์ค่ะ ก่อนหน้านี้จริงๆ ก็เหมือนจะมีอีกตัวชื่อ Shizuku แต่ตายไปก่อนหน้านี้เพราะเอาตัวเองมาช่วยสโนว์ไว้
- อย่าเพิ่งหลงคิดว่ามันเป็นคอมเมดี้นะคะ ระวังโดนหักคอแบบเจ้าของบล็อก ฮ่าๆ เนื้อเรื่องลึกมากค่ะ ภาคนี้
ใครอ่านแล้วก็ทิ้งคอมเมนต์ไว้บ้างเน้อ ^_^
ARIA

















ช่างหื่นถูกใจเราอะไรอย่างนี้
ยาวมากค่ะ ขอติดไว้หน่อย เหนื่อยมากมาย
แล้วจะกลับมาอ่าน+เม้นต์อีกรอบค่ะ
#1 By +*+*akeha*+*+ on 2009-06-05 20:48