ZWEI 2 - Part 2 : เวทปฐพีในเหมืองร้าง
posted on 30 Jun 2009 12:01 by darkneon in Game, Translationโอ๊ยยยย ขอโทษค่ะ เวลาล่วงเลยมาหลายชั่วปี กว่าจะอัพ ยาวนานเหลือเกินนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
คราวนี้รูปเล็กหน่อย จะได้ไม่โหลดหนัก
แล้วก็ไดอะล็อกตรงไหนที่มันเล็กน้อยมากกกกกกกกกก ขอข้ามเล็กน้อยนะคะ
พอเราแวะเหมืองร้างเซคันด์ดูม ก็เข้าอีเวนต์พูดคุยนี้ทันที
อัลเว่น : "เหมืองร้างเซคันด์ดูม"...เป็นเหมืองโบราณที่โนม ภูตแห่งดินได้ก่อสร้างขึ้นมาตั้งแต่ยุคโบราณ แต่พอขุดกันจนแร่หมดแล้ว พวกโนมก็พากันย้ายไปยังทวีปลอยฟ้าแห่งอื่น...
แร็กน่า : เห โนมเหรอ...เคยได้ยินจากนิทานมาบ้างเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะมีอยู่จริงๆ แต่อืม จะว่าไปปีศาจดูดเลือดก็เหมือนกันนี่นะ
อัลเว่น : ....
แร็กน่า : อะไร? ทำไมเหรอ?
อัลเว่น : ถึงจะมีเพียงเล็กน้อย แต่เราจับสัมผัสพลังเวทมนตร์ของเราได้นะ
อัลเว่น : จากข้างในนี้
แร็กน่า : จริงเหรอ!?
อัลเว่น : อื้อ สัมผัสที่รู้สึกว่าอยู่ใกล้ๆ เมือง คงมาจากที่นี่แหละ แต่ถึงยังไงมันก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของพลังที่โดนโมยไปน่ะนะ...
แร็กน่า : ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่สรุปว่าของที่ตามหาอยู่ในนี้ใช่มั้ย? งั้นก็ไวขึ้นมาหน่อย เข้าไปสำรวจข้างในเลยดีกว่า
อัลเว่น : อืม
แร็กน่า : ที่นี่...เป็นซากโบราณที่ได้บรรยากาศดีแฮะ แถมยังเหมือนมีสมบัติหลับใหลอยู่ในนี้ เล่นเอาเลือดนักล่าสมบัติเต้นพล่านไปหมดเลย
อัลเว่น : ใช่ที่นี่แน่นอน สัมผัสของพลังเวทแรงขึ้นกว่าเดิมอีก พลังเวทส่วนหนึ่งของเรา..."เวทมนตร์ปฐพี" ถูกซ่อนอยู่ที่นี่...
แร็กน่า : เอ๊ะ...?
อัลเว่น : หึหึหึ...เมื่อครึ่งเดือนก่อนเราเสียปราสาทไปเพราะแผนสกปรก "เล่นงานตอนกลางวัน"...เจ้าพวกหัวขโมยหน้าไม่อาย...ในที่สุดเราก็หาเบาะแสของพวกเจ้าเจอจนได้!
แร็กน่า : ดะ...ดูท่าโกรธเอาเรื่องเหมือนกันนะเนี่ย เอาเถอะ ไอ้พลังที่ว่านั่นมีรูปร่างเป็นยังไงล่ะ? เดี๋ยวฉันจะเอามาให้เอง บอกรุปร่างลักษณะละเอียดๆ มาหน่อยสิ
อัลเว่น : เอ๊ะ...
แร็กน่า : อ้าว ก็อยากได้พลังที่โดนขโมยไปกลับคืนมาไม่ใช่เหรอ? ฉะนั้นจากนี้ไปปล่อยให้ฉันจัดการเองดีกว่า
อัลเว่น : นี่เจ้า...เป็นห่วงเราเหรอ? เจ้าหญิงสายเลือดบริสุทธิ์อย่างเราคนนี้เนี่ยนะ?
แร็กน่า : เอ่อ ไอ้เลือดบริสุทธิ์นั่นคืออะไรฉันไม่รู้หรอกนะ แต่เธอดูท่าทางบอบบางจะตายไป คงไม่ถูกกับพวกซากโบราณอะไรพวกนี้หรอกใช่ป่ะ? ที่นี่ปล่อยให้มืออาชีพจัดการดีกว่า
อัลเว่น : หึหึหึ...ฮ่าฮ่าฮ่า! ไม่น่าเชื่อว่าผู้ซึ่งถูกกักขังอยู่ในเขตแดนแห่งความมืดเช่นเราคนนี้จะมีคนมาเป็นห่วงด้วย...! อื้มๆ เพราะอย่างนี้ไงลูกหลานมนุษย์ถึงได้น่าสนใจ!
แร็กน่า : เปล่าๆ! ไม่ได้เป็นห่วงซะหน่อย! ฉันแค่จะไปคนเดียวเพราะกลัวเธอถ่วงแข้งถ่วงขาเท่านั้นแหละ
อัลเว่น : หึหึ ยังไงเราก็ขอบใจในความเอาใจใส่ของเจ้า...แต่ว่าพวกเราเป็นเผ่าแห่งความมืด ต่อให้พลังถูกขโมยไปก็ตาม เราก็ไม่เสียทีให้พวกปีศาจชั้นต่ำแถวนี้ง่ายๆ หรอก พาเราไปด้วยเถอะน่า
แร็กน่า : ถ...ถึงจะบอกแบบนั้นก็เหอะ
อัลเว่น : ที่สำคัญพลังเวทของเราไม่ใช่สิ่งที่สามารถหอบหิ้วกันได้โดยง่าย ถ้าเป็นผู้ใช้เวทมนตร์ก็ว่าไปอย่าง แต่เจ้าไม่น่าจะสัมผัสมันได้หรอก ไม่ว่ายังไงเราก็จำเป็นต้องไปด้วยอยู่ดี
แร็กน่า : อืม...ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ช่วยไม่ได้...ดูๆ สภาพแล้วน่าจะมีกับดักสมัยโบราณเพียบซะด้วย ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็อย่าอยู่ห่างจากฉันล่ะ
อัลเว่น : หึหึ....เข้าใจแล้ว แสดงความสามารถของ "เทรเชอร์ฮันเตอร์" อะไรนั่นให้เราดูอย่างเต็มตาหน่อยซิ
พอเราเดินมาที่ทางเข้าจะเจอกับ "เพนกวินเรียกลูกค้า" ขอเรียกว่า เพนกวินกวัก ให้เข้ากับแมวกวักบ้านเรา ฮา
เพนกวินกวัก : แปะแปะ แปะแปะ (กำลังทำอะไรบางอย่าง) สวัสดีเจ้าค่ะ แปลกจังที่มีลูกค้ามาแถวนี้ด้วย
แร็กน่า : (เพนกวิน?)
อัลเว่น : (เพนกวินล่ะมั้ง...)
เพนกวินกวัก : โอ๊โยะ? มีอะไรเจ้าคะ? รู้แล้วเจ้าค่ะ คุณสองคน...? คงแปลกใจกับเจ้านี่ใช่มั้ยเจ้าคะ สิ่งนี้เรียกว่า "ด่านเวทมนตร์" เจ้าค่ะ ถ้าไม่ใช้ "เวทมนตร์ที่มีคุณสมบัติตรงข้ามกัน" จะแก้ออกไปไม่ได้เจ้าค่ะ~
สิ่งที่เพนกวินบอกเราข้างบนนี้ ถือเป็น hint อย่างนึงในเกม ทีนี้คงรู้กันแล้วนะคะ เวลาเจอเสาแบบนี้ต้องทำยังไง ^^
อัลเว่น : หืม อย่างนี้นี่เอง...จะว่าไปรู้สึกว่าท่านพ่อเคยสอนเรื่องนี้กับเราเมื่อนานมาแล้วเหมือนกัน
เพนกวินกวัก : ถ้าอย่างนั้นเพนกวินขอตัวก่อนนะเจ้าคะ ขืนไม่อยู่เฝ้าที่นานๆ เดี๋ยวนายท่านจะโกรธเอา (ตรงนี้เพนกวินเรียกว่า ムッシュ พอเราเปิดดิกมันหมายถึง Monsieur ในภาษาฝรั่งเศสน่ะค่ะ)
แร็กน่า : ยัยนั่นพิลึกดีแฮะ...แต่ช่างเถอะ เพราะบอกข้อมูลมีประโยชน์ให้กับพวกเราด้วย พูดให้สั้นๆ ไอ้นี่ก็คือกับดักที่แก้ไม่ออกถ้าไม่มีเวทมนตร์สินะ?
อัลเว่น : อืม ด่านนี้ดูเหมือนจะเป็นเวทมนตร์ลม ถ้าไม่มีเวทมนตร์ปฐพีซึ่งเป็นธาตุตรงข้ามกันคงแก้ออกไปไม่ได้ ดูท่าคงต้องรีบเอาพลังเวทของเรากลับคืนมาโดยเร็วแล้วสินะ...
ก่อนลุย ลองแวะสำรวจอะไรอีกหน่อยนะคะ ^^
จะเห็นทางด้านขวามีผนึก ไม่ต้องไปสนค่ะ ยังเข้าไปไม่ได้ตอนนี้
และจะมีอีกทางที่เราไปได้ แต่พอเราไป เพนกวินกวักจะถามหาบัตรสมาชิก เอ๊ะ ยังไง?
ช่างมันไปก่อนค่ะ ไม่ต้องสน เข้าทางที่เราเข้าได้ สังเกตว่าหน้าทางเดินจะมีแผ่นหิน แล้วบอก Level เป็นเลเวลที่เกมแนะนำนะคะ ว่าเท่าไหร่จึงจะไม่ลำบาก ถ้าสดพอจะน้อยกว่านั้นก็ได้ค่ะ หุหุ
พอเข้าดันเจี้ยนไปได้สักพัก จะมีหน้าต่าง tutorial ขึ้นมาบอกว่าเราสามารถสลับใช้อัลเว่นได้เหมือนกัน อันนี้แล้วแต่ปุ่มที่แต่ละคนเซตไว้นะคะ
อ้อ แล้วสำหรับคนที่ gadget จากมิเรียมมาครบแล้ว ตรงสกอร์บอร์ดจะมีเงื่อนไขอยู่นะคะ คือ
- จบดันเจี้ยนภายในเวลาตามกำหนด
- ทำลายไหในดันเจี้ยนครบตามกำหนด
- ดาเมจที่ได้รับ เป็นจำนวนครั้ง
หากเคลียร์ได้หมดจะได้รับแรงค์ Platina เคลียร์ได้ 2 เงื่อนไขจะได้ Gold เคลียร์ได้เงื่อนไขเดียวจะได้ Silver ถ้าเคลียร์ไมไ่ด้สักอัน จะได้ Bronze ค่ะ ซึ่งแรงค์ในการเคลียร์ดันเจี้ยนจะมีผลกับคะแนนรวมที่เอาไปคิดแต้มของ Hunter Rank ยิ่งฮันเตอร์แรงค์ของเราสูง จะทำให้ได้ของดีๆ จากกิลด์ และมีผลกับการเซฟไปเล่นต่อรอบใหม่ด้วยค่ะ
ขอย้ำอีกครั้ง บล็อกนี้ไม่ได้ทำ Walkthrough ดิฉันไม่พล่ามนะคะว่าผ่านยังไง เก็บหีบยังไง
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนเก่งมากค่ะ เฮ...เล่นผ่านออกมาจนถึงตรงกลางเหมืองแล้ว (ไวเวอร์ไปแล้ว!)
แร็กน่า : ฟู่...ผ่านออกมาได้เขตนึงแล้วสินะ แถมดูเหมือนฉันจะเป็นห่วงมากเกินเหตุไปจริงๆ แหละนะ เวทมนตร์ของเธอ...ไม่เลวเหมือนกันนี่
อัลเว่น : หึ พลังพรรค์นั้นก็แค่ของใช้แก้ขัด เทียบกับพลังจริงๆ ของเราแล้วยังไม่ถึง 1 ใน 1000 ด้วยซ้ำ ถ้าไม่รีบเอาพลังที่โดนขโมยไปกลับมาให้ได้โดยไว ก็รู้สึกเหมือนกำลังเปลือยอยู่ สงบจิตสงบใจไม่ได้เลย
แร็กน่า : หระ...เหรอ
อัลเว่น : แต่ฝีมือเจ้าเองก็ใช่ย่อยซะที่ไหนนี่ ดูท่าทางเจ้า....จะใช้อุปกรณ์หน้าตาพิลึกได้อย่างคล่องแคล่วทีเดียว
แร็กน่า : "แองเคอร์เกียร์" เหรอ ก็อยู่กับมันมานานนี่นะ ควบคุมระยะทางได้แถมยังใช้แก้กับดักได้ด้วย เป็นสิ่งสำคัญมากในการสำรวจเลยล่ะ แต่มันออกจะแหวกแนวไปนิด แถมยังต้องคอยดูแลรักษาไม่ให้ขาด เลยไม่ค่อยมีคนที่ใช้เหมือนกันเท่าไหร่
อัลเว่น : หืม น่าสนใจดีนี่ แล้ว...ร่างกายของเจ้าเป็นยังไงบ้างล่ะ? ตอนสู้รู้สึกติดขัด ไม่สะดวกบ้างรึเปล่า?
แร็กน่า : ร่างกาย? ก็ดีนี่ แถมรู้สึกว่าตัวเบากว่าปกติซะด้วยซ้ำ หรือจะเป็นเพราะ..."พันธสัญญาโลหิต" อะไรนั่น!?
อัลเว่น : ใช่แล้ว แม้จะเปลี่ยนพันธสัญญา แต่เจ้าก็ยังเป็น "นักรบโลหิต" อยู่เช่นเดิม แต่ผลจากการเลื่อนสถานะมาเป็นเท่าเทียมกัน ทำให้สภาพของเจ้าใกล้เคียงกับมนุษย์มากกว่า
แร็กน่า : ง-งั้นเหรอ...รู้สึกโล่งใจนิดๆ แฮะ
อัลเว่น : แต่ถึงกระนั้น การผูมัดทางจิตวิญญาณทำให้เรากับเจ้ามีตัวตนและจิตใจเป็นหนึ่งเดียวกัน ระวังอย่าให้เจ็บตัวล่ะ
แร็กน่า : ...OK จะจำใส่ใจไว้เลย
มาถึงตรงกลางนี้ จะมีทางให้ไป 2 ทาง หรือหลังจากนี้อาจจะมีอีกหลายทาง ก็ให้จำใส่ใจไว้ว่า ทางเข้าที่มีป้ายสีส้มคือ ทางไปหาบอสนะคะ แนะนำให้ไปทางอื่นเพื่อเก็บของหรือเก็บเลเวลก่อน ส่วนป้ายเขียวนั่นน่าจะหมายความว่าทางนั้นมี Part สำหรับอัพเกรดแองเคอร์เกียร์
เข้ามาตามทางสีเขียว เมื่อมาจนสุดทางจะได้รับไอเท็ม A Part ค่ะ
อัลเว่นจะทักขึ้นมาว่าชิ้นส่วนพวกนี้เหมือนของโบราณเลย แร็กน่าเลยจะเอาไปถามมิเรียม วาร์ปกลับไปสนามบินก่อนนะคะ มิเรียมก็ให้แร็กน่าไปถามมาสเตอร์ต่ออีก รู้สึกมันจะเ็ป็นชิ้นส่วนของพวกของเวทมนตร์ มาสเตอร์ก็เอามาประยุกต์ดัดแปลงตีเข้ากับแองเคอร์เกียร์เพิ่มความสามารถให้ จากนี้ไปถ้าเจอพวกพาร์ทแบบนี้อีก ให้มาคุยกับมาสเตอร์ที่สนามบินได้เลยนะคะ
อ่ะ กลับมาต่อ ทีนี้พอเตรียมของครบแล้ว ก็เข้าประตูสีส้มได้เลยค่ะ
เสียงผู้หญิง : อ้าว พวกเธอ
แร็กน่า : ใครน่ะ...!?
ผู้หญิงใส่หมวกคาวบอย : เฮ้ ไม่คิดว่าจะมีคนอื่นเข้ามาถึงที่นี่ด้วยนะเนี่ย ใจกล้าไม่เบาเลยนะ
แร็กน่า : เธอคือ...
ผู้หญิงใส่หมวกคาวบอย : ฉันชื่อโอเดซซ่า เป็นนักเดินทางที่เพิ่งมาถึงอิร์บาร์ดไม่นานนี้เอง ไม่เห็นหน้าเลย เป้นคนอิร์บาร์ดรึไง?
แร็กน่า : เปล่า...ฉันเ็ป็นนักเดินทางเหมือนกัน ชื่อแร็กน่า แร็กน่า วาเลนไทน์
อัลเว่น : เรียกเราว่าอัลเว่นแล้วกัน
โอเดซซ่า : แร็กน่ากับอัลเว่นเหรอ หืม...เห็นใช้แองเคอร์เกียร์นี่ แปลว่าพ่อหนุ่มน้อยนั่นเป็นคนในวงการเดียวกับฉันสินะ?
แร็กน่า : ใครเป็นพ่อหนุ่ม พ่อหนุ่มที่ว่าน่ะ! ฉันยอมรับว่าตัวเองยังเด็ก แต่อยู่ๆ มาพูดแบบนี้เป็นผู้หญิงไร้มารยาท---- วงการเดียวกัน....โอเดซซ่า...."นักล่าหมาป่าหิว" โอเดซซ่างั้นเหรอ!
โอเดซซ่า : โอ๊ะ รู้จักฉันด้วยแฮะ
แร็กน่า : แน่นอนสิ ในวงการนี้นะ ใครที่ไม่รู้จักเธอก็เป็นไอ้หลังเขาแล้ว
อัลเว่น : อะไร? รู้จักกันเหรอ?
แร็กน่า : ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวหรอก แต่เป็นคนดังพอตัวเลยล่ะ เป็นนักล่าสมบัติ แต่กลับดังด้านเป็นนักล่าค่าหัวซะมากกว่า แค่พวกมีค่าหัวได้ยินชื่อนี้ก็พากันตัวสั่นหัวหดแล้ว
อัลเว่น : โฮ่...
โอเดซซ่า : โธ่ๆ พูดถึงคนอื่นในแง่ร้ายกันจัง นายชื่อแร็กน่าสินะ ฉันเคยได้ยินข่าวลือของนายมาบ้างเหมือนกันว่า มีหนุ่มน้อยฉายา "คนคลั่งเครื่องบิน" ผมแดงคนนึงที่ใช้แองเคอร์เกียร์
แร็กน่า : เห...ขอโทษทีละกันที่คลั่งเครื่องบินน่ะ แล้วคนดังอย่างเธอมาทำอะไรที่นี่ล่ะ? พวกมีค่าหัวตัวเบ้งมันหนีมาที่เกาะนี้รึไง?
โอเดซซ่า : อืม ก็ทำนองนั้นแหละ แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่ที่ซากโบราณนี่น่ะนะ ก็ช่วยไม่ได้ เดี๋ยวฉันจะไปตามหาที่อื่นต่อ
แร็กน่า : เธอ...ไปจนถึงข้างในแล้วเหรอ? งั้นเห็นอะไรผิดสังเกตบ้างมั้ย?
โอเดซซ่า : อ้อ ฉันไม่ได้เข้าไปข้างในหรอก แค่รู้เฉยๆ ว่าคนที่ตามหาไม่ได้อยู่ที่นี่
แร็กน่า : เอ๊ะ....?
อัลเว่น : ...................................
โอเดซซ่าจะเดินจากไป
แร็กน่า : น่ะ...นี่
โอเดซซ่า : เป้าหมายของฉันน่ะไม่อยู่ที่นี่ แต่มีสัมผัสของคนกลุ่มอื่นด้วย ถ้าจะไปต่อก็ระวังตัวดีๆ หน่อยล่ะ แต่ดูเหมือนว่าองค์หญิงคนนั้นจะรู้แต่แรกแล้วล่ะมั้ง
แร็กน่า : เอ๊ะ...
อัลเว่น : หึหึ น่าสนใจ ชื่อโอเดซซ่าใช่มั้ย ถ้ามีโอกาสเอาไว้เจอกันอีกนะ
แร็กน่า : ...นี่ ดูเหมือนพวกเธอจะสื่อถึงกันได้ ตกลงว่าพูดเรื่องอะไรกันน่ะ?
อัลเว่น : ไม่รู้สินะ ที่แน่ๆ ก็คือ มีพลังเวทมนตร์ส่วนนึงของเราถูกซ่อนอยู่ข้างหน้านี่ และมีใครบางคนอยู่ด้วย ไม่มีอะไรดีไปกว่าการระวังตัวแล้วนี่จริงมั้ย?
แร็กน่า :...ก็จริง เอาเถอะ เราลุยกันเลยดีกว่า!
เข้ามาลุยดันเจี้ยนโลด
ถ้าเจอเห็ดนี้ อย่าเพิ่งสนใจมันนะคะ เรายังทำอะไรไม่ได้จนกว่าจะได้ Hook Gear ค่ะ (เกียร์ที่สามารถหนีบสิ่งของได้)
พอถึงสุดทาง มีจุดเซฟ เซฟให้เรียบร้อยค่ัะ แล้วถ้าเจอภาพแบบนี้
แปลว่าจะเจอบอสแล้วนะคะ เตรียมตัวให้พร้อม ใครยังไม่พร้อมก็ล่าถอยกลับได้เด้อ
เอาล่ะ ต่อไปเจอบอสแล้วค่ะ!
แร็กน่ากับอัลเวนเดินออกมาจนถึงลานเปิดกว้าง และได้ยินเสียง
เสียง : ปล่อย~เดี๋ยว~นี้!!!
ภูต : ไม่อยากเชื่อเลยว่าต้องมาโดนจับด้วยมนต์ของแมวบ๊องแบบนี้...โอ๊ย!! ทำไมถึงออกไปไม่ได้เนี่ย~!?
มองต์บลังค์ : ใครเป็นแมวบ๊องฟะเมี้ยว! ชื่อของฉันคือมองต์บลังค์! หัดจำให้ได้ซะทีเมี้ยว!
ภูต : น้ำหน้าอย่างนายแค่แมวบ๊องก็พอแล้วย่ะ! อุตส่าห์มาตามหาที่นี่เพราะจับสัมผัสขององค์หญิงได้แท้ๆ...ไอ้แมวอัปลักษณ์! เอาองค์หญิงไปไว้ที่ไหนหา!
มองต์บลังค์ : มะ...แมวอัปลักษณ์...ภูตอะไรปากเสียชะมัดเลยเมี้ยว...เอาเถอะ ฉันจะให้เธอเป็นเหยื่อล่ออัลเว่นออกมาเมี้ยว เมี้ยวฮ่าๆ! เชิญปากพล่อยอยู่ในนั้นให้เต็มที่เถอะเมี้ยว!
ภูต : หนะ-หนอย~....
อัลเว่น : จะล่อให้เราออกมางั้นรึ...ทำพูดจาใหญ่โตจริงนะ
ภูต : ทะๆๆๆ ท่านอัลเว่นนนนนน!!
อัลเว่น : ดีจริงๆ ที่เจ้าปลอดภัย รูว์...ตอนที่เสียปราสาทไปเิกิดพลัดหลงกัน เราไม่สบายใจมาตลอด
รูว์ : ดะ-ดีเหมือนกันเพคะที่องค์หญิงทรงปลอดภัย...โอ๊ยยยยย! ปล่อยฉันออกไปซะทีไอ้แมวบ้า! แบบนี้ก็ไปหาองค์หญิงไม่ได้เลยเห็นมั้ย!
มองต์บลังค์ : หึหึหึ...ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าเหยื่อจะหามาเองถึงที่ก่อนใช้ตัวล่อซะอีก..แมลงเม่าบินเข้ากองไฟชัดๆ เมี้ยว!
อัลเว่น : หุบปากซะ เจ้าขี้ข้า ตอนที่ปราสาทโดนเล่นงาน เจ้าเองก็เป็นหนึ่งในพวกที่นำปีศาจมาถล่มสินะ? แถมยังทำพฤติกรรมป่าเถื่อนกับบริวารของเราเช่นนี้อีก...
อัลเว่น : คงเตรียมใจไว้พร้อมแล้วสิท่า์์?
พออัลเว่นทำตาแดงใส่ มองต์บลังค์ถึงกับมองไม่ไหวอยู่พักหนึ่ง
มองต์บลังค์ : ต่อให้เป็นปีศาจดูดเลือดเชื้อสายบริสุทธิ์ก็เถอะ แต่โดนชิงพลังไปแบบนี้แล้วจะทำอะไรได้อีกเมี้ยว! ตัวท่านในตอนนี้น่ะยังไม่มีพลังเพียงพอจะปกป้องตัวเองเลยเมี้ยว!
รูว์ : อะ-องค์หญิง....จริงเหรอเพคะ...!?
อัลเว่น : อืม มันน่าเจ็บใจ เจ้านั่นพูดถูกแล้ว แต่ไม่ต้องกังวลไป จะเรียกว่าตัวแทนก็กระไรอยู่ แต่เราหาคนที่จะมาปกป้องเราได้แล้วล่ะ
มองต์บลังค์ : อะไรนะ!?
ว่าแล้วพระเอกเรา ก็ทำเป็นเดินเท่ออกมา
แร็กน่า : รู้สึก ดูจะกระจอกกว่าที่คิดอีกนะ...นี่องค์หญิง แมวนั่นคือศัตรูของเธอเหรอ?
รูว์ : ม-มนุษย์....!?
มองต์บลังค์ : ก-กระจอก....!?
อัลเว่น : อย่าดูถูก ถึงเป็นแค่อสูรรับใช้แต่มันก็เป็นผู้ใช้เวทด้วยเหมือนกัน เป็นไปได้ว่าเจ้านายที่มันรับใช้อยู่คงมีพลังพอสมควรเลยทีเดียว
แร็กน่ากับมองต์บลังค์จดๆ จ้องๆ กัน รู้สึกเหมือนคุ้นหน้าอีกฝ่ายชอบกล แล้วก็...
แร็กน่า : ก-แก! แมวเมื่อตอนนั้น!
มองต์บลังค์ : มนุษย์ที่นั่งเครื่องบินสีแดงนี่หว่า! ไหงถึงยังรอดอยู่ได้ล่ะเมี้ยว!?
อัลเว่น : โฮ่ รู้จักกันเหรอ?
แร็กน่า : ร-รู้จักอะไรกันเล่า...ไอ้ตัวที่มันยังทริสทันของฉันตกก็สัตว์ประหลาดที่มันขี่นี่แหละ! เพราะแกทำให้ทริสทันต้องกลายเป็นชิ้นมั่งล่ะ ทำให้ฉันเกือบตายมั่งล่ะ ได้โอกาสเลย! เดี๋ยวฉันจะอัดแกให้น่วม เอาให้สำนึกซะที่นี่แหละ!
อัลเว่น : เขาว่างั้นน่ะ เจ้าจะเอาไงล่ะ?
มองต์บลังค์ : ฮึ่มๆๆ...แค่มีมนุษย์มาเป็นผู้ช่วยนิดหน่อย คิดว่าจะช่วย.....ไม่สิ เผื่อไว้ก่อนดีกว่าเพื่อความชัวร์
มองต์บลังค์สะบัดคทาตีนแมว เรียกอะไรบางอย่างออกมา
แร็กน่า : นี่มันอะไรเนี่ย!?
อัลเว่น : จ้าวแห่งเหมืองร้าง "อาคเชลอฟ"....เจ้าโง่! เอาพลังของเรามอบให้มันไปเหรอเนี่ย!
มองต์บลังค์ : เมี้ยวฮ่าฮ่าฮ่า! รู้ด้วยสินะว่าพลังของตัวเองถูกเอาไปใช้แบบไหน! งั้นขอเชิญท่านลิ้มรสพลังนั่นให้หนำใจเถอะเมี้ยว!
แล้วเราก็จะสู้กับบอสค่ะ
บอสตัวนี้ก็ง่ายๆ มี 2 เฟส คือ เริ่มแรก ฟาดขามันก่อนแล้วมันจะล้ม พอมันล้มก็เข้าไปตีตัว จากนั้นมันจะเปลี่ยนมายิงใส่เราแทน ก็ให้สลับไปใช้อัลเว่นยิงมนต์ใส่มันพร้อมกับหลบไปด้วย ทำแบบนี้วนไปเรื่อยๆ ก็ชนะแล้วค่ะ
มีแบ่งระดับแรงค์เหมือนกับดันเจี้ยนค่ะ แต่เราจำไม่ค่อยได้แล้วว่าเงื่อนไขมันมีอะไรบ้าง ที่แน่ๆ เลยคือ ต้องไม่ได้รับดาเมจ ฆ่าบอสได้ภายในเวลาที่กำหนด (1 นาทีรึไงเนี่ย)
จากภาพเราได้พลาติน่า คือ ไม่ได้รับดาเมจเลย แล้วก็ฆ่าได้ภายในเวลา (จริงๆ ดาเมจในภาพ เกิดจากโดนลูกหลงอะไรสักอย่างหลังจากมันล้มไปแล้วอ่ะ เกมเลยไม่นับ)
พอชนะ ก็ได้เวทดินกลับมา ตอนนี้อัลเว่นใช้เวทดินได้แล้วนะคะ เหมาะกับการกำจัดศัตรูที่มากันยั้วๆ เยี้ยๆ เคลื่อนไหวค่อนข้างไวบนดิน
มองต์บลังค์ : บะ-บ้าน่ะเมี้ยว........ไม่น่าเป็นไปได้........ทะ-ทำไมมนุษย์ถึงได้....
แร็กน่า : เห ฉันไม่อยากได้ยินคำพูดนั้นจากแมวเลยว่ะ เอาล่ะ ต่อไปตาแกล่ะนะ เดี๋ยวจะสอยแกให้ร่วงจากตรงนั้นแล้วลงโทษให้หนักๆ เลยคอยดูสิ
มองต์บลังค์ : ฮึ่มๆๆ วันนี้ฉันทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นก็ได้เมี้ยว! เดี๋ยวจะฟ้องเจ้านายด้วย เตรียมตัวรอไว้ให้ดีเมี้ยว!
ทำเป็นเด็กถูกรังแกไปได้เอ็ง...
มองต์บลังค์หายตัวหนีไป รูว์หลุดออกมาได้
แร็กน่า : หนอยแน่ะ ไอ้แมวเวรนั่น อยากอัดมันให้ตายคามือจริงๆ
อัลเว่น : สักวันโอกาสก็มาถึงเองแหละ ทนรอไปก่อนแล้วกัน
แร็กน่า : ถ-ถึงพูดงั้นก็เหอะ พอนึกถึงทริสทันแล้วมัน...
รูว์ : องค์หญิงเพคะ!! องค์หญิง องค์หญิง! ดีเหลือเกินที่ทรงปลอดภัยดี!
อัลเว่น : หุหุ...เจ้าก็เหมือนกัน เพราะความไม่ได้ความของเรา ทำให้เจ้าต้องเจอเรื่องร้ายๆ
รูว์ : ไม่เลย ไม่เลยเพคะ! หม่อมฉันต่างหากล่ะ องค์หญิงกำลังเดือดร้อนแท้ๆ แต่กลับช่วยอะไรไม่ได้สักอย่างเดียว ล-แล้วก็ที่ว่าพลังโดนขโมยไป...
อัลเว่น : อื้อ น่าขายขี้หน้านัก แต่ว่าเราได้ "เวทปฐพี" กลับคืนมาแล้ว แค่เอาพลังที่เหลืออีก 3 อย่างกลับมาให้ได้แบบนี้ก็พอ
รูว์ : อ-องค์หญิง...
แร็กน่า : หืม นอกจากเมื่อกี้ ยังเหลืออีก 3 งั้นเรอะ หนทางยังอีกยาวไกลแฮะ
รูว์ : ............องค์หญิง มนุษย์ผู้ชายท่าทางโง่เต็มประดา ไร้หัวคิด ปราศจากมารยาทแถมป่าเถื่อนนี่เป็นใครกันเพคะ? แถมเมื่อกี้ยังเห็นสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับองค์หญิงซะด้วย....
แร็กน่า : เฮ้ย...นึกอยากพูดก็พูดซะสนุกปากเลยนะ นี่องค์หญิง ยัยจิ๋วนี่เป็นใคร?
อัลเว่น : เค้าชื่อรูว์ เป็นทั้งอสรูรับใช้และบริวารที่ซื่อสัตย์ของเรา...รูว์ คนนี้ชื่อแร็กน่า เขาคือผู้ที่ให้ความร่วมมือกับเรา เราตั้งใจจะให้เขาคอยช่วยเหลือจนกว่าจะได้ปราสาทที่เสียไปคืนมา
รูว์ : ไม่จริง ไม่จริงน่า! มนุษย์ผู้ชายจะช่วยอะไรได้เพคะ!? แต่ที่จริงการต่อสู้เมื่อกี้ก็ทำได้ไม่เลวเท่าไหร่...อ-องค์หญิง หรือว่า...อย่าบอกนะเพคะว่าทรงเอาเลือดให้ผู้ชายคนนี้.......
อัลเว่น : อื้อ เราให้ไป พูดง่ายๆ เขาก็คือ "นักรบโลหิต" ของเรานั่นแหละ
รูว์ทำท่าเหมือนไม่พอใจ แล้วเข้าไปถีบเต็มหน้าแร็กน่า
แร็กน่า : ท-ทำอะไรฟะยัยเปี๊ยกนี่!
รูว์ : ค-ครั้งแรกขององค์หญิงต้องตกเป็นของมนุษย์ผู้ชายสกปรกแบบนาย...อ๊าาาาา ถ้าฉันอยู่ด้วยละ่ก็ ไม่มีทางปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแน่......!
แร็กน่า : อะ-อะไรของเธอ!? ฉันไม่ค่อยเข้าใจนักหรอกนะ แต่อย่ามาพูดจาลามปาม!
รูว์ : หนวกหู! การทำสัญญาครั้งแรกของหญิงสาวเลือดบริสุทธิ์มันเป็นสิ่งสำคัญมากนะยะ! อภัยไม่ได้ อภัยไม่ได้ ตายชดใช้ความผิดเดี๋ยวนี้เลยนะ!
รูว์เข้าไปถีบแร็กน่าต่ออีกหลายปั่ก
อัลเว่น : อืม....ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ เจ้าทั้งคู่เพิ่งเจอกันแป๊บเดียว แต่สนิทสนมกันได้แบบนี้ก็ดีแล้วล่ะ
แร็กน่า :
ไม่สนิทด้วยหรอก!
รูว์ : ไม่สนิทด้วยหรอกเพคะ!
จากนั้นก็ออกมานอกเหมืองกัน
รูว์ : องค์หญิง จะไปกับผู้ชายคนนี้จริงๆ เหรอเพคะ?
อัลเว่น : อื้อ ถึงได้พลังส่วนหนึ่งคืนมาแล้ว แต่ยังห่างไกลจากสภาพแท้จริงนัก คงต้องขอความช่วยเหลือจากแร็กน่าไปอีกสักพักแหละ ความสามารถของ "นักล่าสมบัติ" อะไรนั่นก็ดูท่าจะเป็นประโยชน์ไม่น้อยทีเดียว
แร็กน่า : เหะ เป็นเกียรติอย่างยิ่งคร้าบ
รูว์ : ฮึ่มมมมมม งั้นอย่างน้อยขอหม่อมฉันติดตามไปด้วยสิเพคะ!
อัลเว่น : เราดีใจอยู่หรอก แต่ถ้าเป็นไปได้ เราอยากวานให้เจ้าช่วยทำเรื่องอื่น พลังเวทอีก 3 อย่างไม่รู้ว่าถูกซ่อนไว้ที่ไหนบ้าง นอกจากตัวเราแล้วก็มีแต่เจ้านี่แหละที่จับสัมผัสของมันได้
รูว์ : อ๋า~ มันก็ใช่อยู่หรอกเพคะ
แร็กน่า : ไม่เห็นเป็นไรเลย ยัยจิ๋ว องค์หญิงอุตส่าห์ไว้วางใจทั้งที นี่แหละได้เวลาแสดงความจงรักภักดีแล้ว
รูว์ : หนะ-หนวกหู! ขอแค่ไม่มีนายสักคน ฉันเองก็...!
อัลเว่น : รูว์...
รูว์ : อา โธ่ ทราบแล้วเพคะ! องค์หญิงขี้โกงจังเลย... พอเห็นสีหน้าแบบนั้นแล้ว หม่อมฉันจะปฏิเสธลงได้ยังไงเพคะ
อัลเว่น : หุหุ ขอโทษทีนะ...
ก่อนไปรูว์จะบอกว่า นอกจากสถานที่นี้แล้ว ยังมีอีกที่นึงที่เธอรู้สึกถึงพลังของอัลเว่น คือ ที่หมู่บ้านของมนุษย์ที่อยู่ทางทิศเหนือของเหมืองนี้
และรูว์ก็หันมามองแร็กน่าด้วยสายตาไม่เป็นมิตรนัก
รูว์ : (นายน่ะ....อย่าคิดอะไรพิเรนทร์เชียวนะยะ...องค์หญิงน่ะทรงเก่งกาจและเฉลียวฉลาด แต่ไม่ค่อยรู้เรื่องภายนอกเท่าไหร่...ถ้านายทำอะไรขึ้นมาล่ะก็ แม่จะไล่ตามไปจนถึงก้นนรกแล้วฉีกให้เป็นชิ้นๆ เลยคอยดู...!)
แร็กน่า : (ไม่ทำอะไรหรอกเฟ้ย! ปัดโธ่ จะทำเหมือนชาวบ้านเป็นสัตว์ร้ายไปถึงไหนเนี่ย)
รูว์ : (หนวกหู! มนุษย์ผู้ชายน่ะไม่ต่างจากสัตว์ร้ายหรอก!)
อัลเว่น : อืม ไม่ว่ามองยังไงเราก็เห็นว่าพวกเจ้าเข้ากันได้ดีนะ
รูว์ : ไม่จริงอย่างแรงเพคะ! ฟังนะ มนุษย์ เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน แต่นายต้องรับผิดชอบปกป้ององค์หญิงให้ดีล่ะ ถึงน่าเจ็บใจก็เหอะ แต่นี่เป็นสิ่งที่นายเท่านั้นที่ทำได้
แร็กน่า : เห ไม่ต้องย้ำนักหรอกน่า ฉันจะปกป้องอย่างดีเลย ไปอย่างสบายใจเถอะ
รูว์ : ฮึ! องค์หญิง ถ้างั้นขอตัวก่อนนะเพคะ
พอรูว์ไปแล้ว อัลเว่นจะเล่าให้ฟังว่าเธอเจอกับรูว์มา่ได้ 10 ปีแล้ว และรูว์ก็คอยรับใช้เธอมาตลอดจนรู้สึกเหมือนเป็นครอบครัวคนหนึ่ง แร็กน่าจะทักเรื่องที่รูว์พูดถึงเมื่อกี้ว่ารู้สึกถึงพลังที่หมู่บ้าน อัลเว่นเลยบอกว่าพอเตรียมตัวเสร็จก็ไปกันเลย
ARIA

















จะเอารูว์กลับบ้าน....
ช่วงนี้กำลังคลั่งเกมนี้อยู่เลย
เปฏ้นกำลังใจให้นะคร้าบ
#1 By Pokeq (202.28.180.202) on 2009-06-30 14:10