จบลงไปอีกหนึ่งเรื่องกับ Yoku Wakaru Gendai mahou อนิเมที่ทำจากไลท์โนเวล เป็นอีกเรื่องที่เราชอบเหมือนกัน เพราะคนเขียนไอเดียกระฉูดดีมาก แถมตัวละครแต่ละตัวก็มีเสน่ห์ต่างกันไป มาดูกันดีกว่าค่ะว่าในอนิเมกับโนเวลต่างกันตรงไหนบ้าง!

รูปทั้งหมดจาก official site ค่ะ http://www.gendaimahou.com

 

มีสปอยเลอร์ด้วยนะคะ ถือว่าทุกคนดูจบหมดแ้ล้ว

 

 

Episode 1 : hello, world

 

 

ในเชิงศัพท์คอม - hello, world เป็นโปรแกรมง่ายๆ พื้นๆ ที่เขียนมาเป็นตัวอย่างแทบของทุกภาษาเลยค่ะ http://en.wikipedia.org/wiki/Hello_world_program

ในเชิงความหมายทั่วไป - สวัสดี โลก! (ฮา)

ตอนที่ดูครั้งแรก เล่นเอางงเป็นไก่ตาแตกว่าทำไมถึงเอาตอนนี้ขึ้นก่อน ทั้งที่เป็นเนื้อหาจากเล่ม 3 Yoku Wakaru Gendai Mahou : Ghostscripts for Wizard คือ ถ้าไม่อ่านโนเวลมาก่อน รับรองงงแดกแน่ค่ะ (คนอ่านมาแล้วแบบดิฉันยังแอบงงว่าทีมงานเล่นไรวะ) ตัดไปเยอะเหมือนกัน สงสัยจะไม่เน้นความสัมพันธ์ของโคโยมิกับโซชิโร่มาก เลยตัดตอนที่โคโยมิมาเจอโซชิโร่ในยุคนี้ทิ้งหมด แล้วไปเน้นโคโยมิ - ยูมิโกะแทน ที่จริงเสื้อ blouson สีเขียวๆ ฟ้าๆ ที่โคโยมิใส่ เป็นของโซชิโร่ล่ะ

 

 

Episode 2 : wizardry

 

 

ในเชิงศัพท์คอม - น่าจะมาจากคำว่า heavy wizardry http://dictionary.reference.com/browse/heavy wizardry ซึ่งหมายถึงการเขียนโปรแกรมที่จำเพาะเจาะจงของ OS บางยี่ห้อหรือภาษาใดภาษาหนึ่ง  ถ้าให้ตีความอาจจะหมายถึงเวทกะละมังอันเป็นเอกลักษณ์ของโคโยมิก็ได้ ฮ่าาา

ในเชิงความหมายทั่วไป - หากเอาคำนี้ไปเปิดดิกจะแปลว่า "วิทยากล,การเล่นกล,การใช้เวทมนตร์คาถา,เวทมนตร์คาถา"

ตอนแรกนึกว่าจะตามโนเวล ที่จริงก็ตามแค่ช่วงแรกๆ ที่โคโยมิไปบ้านอาเนฮาระ (ที่จริงก็ยังไม่เหมือนซะทีเดียวด้วย) อดเห็นซีนโคโยมิเถียงกับโซชิโร่หน้าบ้าน... ในโนเวลโคโยมิจะออกทำนองว่าไม่ค่อยชอบโซชิโร่ที่ไม่เชื่อเวทมนตร์ (เหมือนเด็กๆ งอนเลยอ่ะ) แต่ในอนิเมทำให้ดูเหมือนโคโยมิชอบโซชิโร่ซะงั้น (ในโนเวลก็เหมือนจะชอบแหละ แต่ไม่แสดงออกชัดแบบนี้ =3=) เนื้อเรื่องหลังจากใช้มนต์แป้กที่บ้านอาเนฮาระก็เป็นเนื้อเรื่องออริจินอลหมดเลย

เนื้อเรื่องในตอนนี้เราว่าก็งงๆ ตรงที่อีตาประธานบริษัท มันปาไอ้ไฟส่งสัญญาณใส่เวทีใช่มะ แล้วโคโยมิออกมาคว้าตัวไอดอลไปได้เหมือนกับรู้เลยแฮะ - - นึกว่าโคโยมิกับมิสะเป็นคนปาซะอีก อ้าว อีประธานหรอกเรอะ ส่วนเหตุผลที่ประธานมันทำตัวเป็นคนโรคจิตซะเอง เพราะอยากให้เป็นข่าวค่ะ คนจะได้หันมาสนใจไอดอลของตัวเองได้อีกทาง

 

 

Episode 3 : Deus In Machina

 

 

ในเชิงศัพท์คอม - เป็นการใช้สับสนกับคำว่า Deus Ex Machina ส่วนศัพท์คอมหมายถึง พระเจ้าของพวกแฮกเกอร์ เป็นคำพูดที่ Lee Felsenstein ใช้

ในความหมายของ Yoku Wakaru Gendai Mahou - "พระเจ้าในเคส" จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคอมพิวเตอร์คิดเองตัดสินใจเองได้ โดยไม่ต้องมีคนคอยควบคุมมัน? ในเรื่องนี้จะหมายความตามนั้นค่ะ

"Deus In Machina" น่าจะหมายถึงคอมพิวเตอร์ที่ใช้เรียกเดมอนออกมาในตอนนี้ มันทำงานของมันเอง หาต้นตอไม่ได้ ตอนนี้ก็เป็นตอนออริจินอลอีกแล้ว ไม่มีในโนเวลและไม่ตรงเท่าไหร่ แถมเสื่อมอีก ไอ้ขำมันก็ขำอ่ะนะ แต่เล่นบ่อยจังไอ้มุกยูมิโกะเซอร์วิสเนี้ย รับไม่ได้

ที่ฮาสุดเลยคือช่วงท้ายๆ ตอนจับมือกัน เพลงกับบรรยากาศกำลังประมาณซึ้ง กะละมังดัน...

 

 

Episode 4 : jini

 

 

ในเชิงศัพท์คอม - ตามนี้ค่ะ http://en.wikipedia.org/wiki/Jini

ในความหมายของ Yoku Wakaru Gendai Mahou - หมายถึงภูตที่อยู่ตามสิ่งของหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ แถมจะมีนิสัยไปตามสิ่งที่มันสิงอยู่ด้วยนะ อย่างนาฬิกาก็จะคอยเตือนเวลา กล้องสังเกตการณ์ก็จะคอยเตือนเวลามีคนบุกรุก ไรเงี้ย...

ตอนนี้เป็นตอนออริจินอลอีกตอน ดูเรื่อยๆ ขำดี แล้วทิ้งตอนท้ายๆ ไ้ว้ให้ขบคิดกัน

ถ้าจะทำเป็นออริจินอลแต่แรก เราว่าไม่น่าดึงเอาเนื้อหาหรือชื่อบุคคลจากต้นฉบับมาเกี่ยวด้วยเลยแฮะ อย่างเรื่องคริสต์มาสชอปเปอร์ หลายคนคง "งง" ใช่มั้ยว่าเพลงนั่นเกี่ยวอะไรด้วย 

ถ้าในโนเวลเนี่ย สัก 5 ปีก่อนเริ่มเรื่อง เคยมีเวิร์ม "คริสต์มาสชอปเปอร์" ออกอาละวาดในคริสต์มาสอีฟ คอมที่ิปิดไปแล้วอยู่ๆ ก็เปิดขึ้นมาเองเฉย พร้อมกับส่งเสียงเพลง Daisy Daisy ออกมาสัก 5-10 วินาทีได้ จากนั้นก็ปิดคอมให้เรียบร้อย ไม่ได้สร้างความเสียหายให้แก่ข้อมูลแต่อย่างใด (เหตุการณ์นี้ คาโฮะตอน ป.5 ได้เห็นและจำฝังใจจนทุกวันนี้) ตำรวจก็หาตัวคนร้ายไม่ได้ แล้วในตอนนั้นมิสะกับฮวงเป็นผู้ต้องสงสัย เลยได้รู้จักกัน (สุดท้ายมิสะรอดนะ เพราะหลักฐานไม่พอ) แต่อนิเมกลับไม่มีบอกอะไรเลย...

ส่วนจินไซ สึคุโมเป็นผู้ที่เขียนโปรแกรมแอนตี้ไวรัส "โซโลมอน" ขึ้นมา และก็เป็นเรื่องในโนเวลเล่มแรกค่ะ เพราะเขาต้องการจะสร้าง Deus In Machina (พระเจ้าในคอม) ขึ้นมา แต่ไปๆ มาๆ กลับกลัวหนีเตลิดเปิดเปิง ทิ้งโปรแกรมกลางคัน ฮวงเลยต้องมารับช่วงแก้บั๊กโปรแกรมต่อ แต่ที่จริงจินไซ สึคุโมไม่ได้ตายนะ

แล้วเรื่องนี้เขียนแบบว่าเหตุการณ์นึงโยงไปอีกเหตุการณ์นึงเป็นทอดๆ มาตัดแต่งเองแบบนี้ก็ช่วยไม่ได้อ่ะนะที่จะมีงง -_-'

 

 

Episode 5 : jump off into never-never land

 

 

ในเชิงศัพท์คอม - คำนี้ต้องเท้าความจากคำว่า Branch to Fishkill ซึ่งคำนี้หมายถึง Any unexpected jump in a program that produces catastrophic or just plain weird results. แปลแบบกากๆ ได้ว่า การกระโดดข้ามการทำงานของโปรแกรมที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด อาจนำมาพามาซึ่งผลลัพธ์วินาศ หรือแค่ผิดเพี้ยนธรรมดา ส่วนคำว่า jump off into never-never land นั้นมีคำจำกัดความไว้ว่า Same as branch to Fishkill, but more common in technical cultures associated with non-IBM computers that use the term 'jump' rather than 'branch'. สรุปว่ามันหมายความอย่างเดียวกัน แต่คำนี้ใช้กับคอมทั่วไปที่ไม่ใช่ IBM computerยังไงก็ลองไปกูเกิ้ลกันเอานะ

ในเชิงความหมายทั่วไป - กระโดดสู่แดนมหัศจรรย์! ฮา ก็ตรงตัวกับตอนนี้ดี

ตอนที่ทำใช้เนื้อหาอิงจากโนเวลเล่ม 3 Yoku Wakaru Gendai Mahou : Ghostscripts for Wizard รายละเอียดยิบย่อยต่างกันนิดหน่อย แต่โดยรวมก็ตามต้นฉบับค่ะ ส่วนข้อด้อยก็คงจะเป็นคำอธิบายที่น้อยเกินไปอันเป็นผลจากเวลาที่จำกัด เดี๋ยวจะยกไปพูดต่อข้างล่างนะ

แต่ตอนนี้ก็ดูสนุกดีเหมือนกัน

 

 

Episode 6 : ghostscript

 

 

ในเชิงศัพท์คอม - ตามนี้เลยค่ะ http://en.wikipedia.org/wiki/Ghostscript

ในความหมายของ Yoku Wakaru Gendai Mahou - เล่นกับความหมายตรงตัว หมายถึง อิมเมจแรงกล้าที่เหลือติดตามสิ่งของต่างๆ ในสภาพโค้ด เช่น คนที่สร้างนาฬิกาเรือนนั้นขึ้นมาอาจจะตั้งใจมากในการสร้างนาฬิกาเรือนนั้น เลยมีโค้ดภาพของตัวเขาเองเหลือติดอยู่ในนาฬิกา และด้วยการที่โกสต์สคริปต์ส่วนใหญ่มักเหลือทิ้งไว้หลังสิ่งมีชีวิตตายลงจึงเรียกกันว่าโกสต์สคริปต์ (โค้ดผี) แต่ไม่ใช่ว่าจะต้องตายแล้วเสมอไปซะทีเดียว

อีกหนึ่งตอนจากต้นฉบับโนเวลเล่ม 3 Yoku Wakaru Gendai mahou : Ghostscripts for Wizard รอลุ้นดูตอนนี้มาก เพราะเล่มนี้เป็นเล่มที่เราอ่านแล้วชอบที่สุดค่ะ อ่านแล้วเป็นอะไรที่อบอุ่นหัวใจมาก แต่น่าผิดหวังที่ช่วงแรกๆ ปูเรื่องมาไม่ดีนัก ตอนนี้เลยจบแบบงงๆ มันก็โอเค แต่ชอบแบบโนเวลมากกว่าตรงที่ได้เห็นความคิดในใจลึกๆ ของยูมิโกะที่คิดกับโคโยมิ (ซึ่ง ณ ขณะนั้นยูมิโกะเริ่มลืมโคโยมิไปทุกทีแล้ว) อ่านแล้วแบบ...โอ๊ย หัวใจพองโตมากอ่ะ อนิเมไม่น่าตัดเลย แถมเรื่องปากางเกงในกับคำสาปที่คริสโตบาลด์พูดถึงก็ไม่ยอมอธิบายแบบในโนเวล =3=

จุดที่คนไม่เคยอ่านโนเวลอาจจะงงเช่น ว่าทำอีท่าไหนชนะกีบัลเทสได้ รู้สึกว่าหลังจากคาตามาริไปตะกุย เกราะโกสต์สคริปต์ของมันก็เป็นช่องโหว่หน่อยๆ ล่ะมั้ง แล้วในต้นฉบับจริงๆ ไม่ใช่โกสต์สคริปต์ยูมิโกะจิ๋วเข้าไปลากโกสต์สคริปต์อื่นๆ ออกมานะ แต่เป็นตัวยูมิโกะเองขอร้องโกสต์สคริปต์ยูมิโกะจากตัวกีบัลเทส ให้พาโกสต์สคริปต์อื่นตามออกมา (เพราะกีบัลเทสใช้โกสต์สคริปต์ทั้งหมดในสวนสนุกมาทำเกราะกันเวทกะละมัง...) แล้วไวรัสคริสต์มาสชอปเปอร์ก็รวมเ็ป็นหนึ่งเดียวกับโค้ดไลบรารี่แม่มดแล้วไหลออกมาหาโคโยมิ อนิเมทำออกมาไม่เหมือนซะทีเดียว ส่วนเหตุผลที่ยูมิโกะลืมโคโยมิ ในโนเวลอธิบายไว้ว่าเพราะโค้ดของกีบัลเทสกระจายไปทั้งเมืองกินซ่า การแปลงโค้ดกีบัลเทสเป็นกะละมังของโคโยมิ อาจจะแปลงเหตุผลที่โคโยมิมีตัวตนอยู่ในเมืองนี้เป็นกะละมังไปด้วยก็ได้ ;w; ตอนที่ยูมิโกะนึกในใจในช่วงที่ค่อยๆ ลืมโคโยมินี่แหละค่ะ ในโนเวลบรรยายไว้น่ารัก ซึ้งมากเลย ได้เห็นใจลึกๆ ของยูมิโกะ คือ ใครอ่านโนเวลแบบเรา ผ่านมา 2 เล่มคงจะเฮ้ย ทำไมยูมิโกะดูหยิ่งๆ ชอบโมโห ขี้รำคาญจัง อ่านเล่มนี้แล้วจะเก็ททันที อุอุ

ฉากสู้ถือว่าทำออกมาโอเคเลยนะ ก็ตรงตามที่บรรยายในโนเวลดี แต่อยากให้ทำเน้นเรื่องความทรงจำในอดีตมากกว่านี้หน่อย เพราะยูมิโกะกับโซชิโร่ในปัจจุบันก็ยังคิดถึงโคโยมิเมื่อ 6 ปีก่อนอยู่เรื่อยๆ (ถึงจำหน้า จำชื่อไม่ได้แล้ว แต่ถือเป็นคนสำคัญที่มีส่วนเปลี่ยนแปลงตัวเองของทั้งคู่เลยนะ)

ที่ยังไม่กระจ่างคือ เราไม่เข้าใจว่าทั้งที่โคโยมินั่งดูโกสต์สคริปต์ แต่ดันกลับย้อนเวลาไปจริงๆ คิดยังไงก็ไม่เก็ท ก็เหมือนแค่ดูภาพวีดีโอไม่ใช่เรอะ? อ่านโนเวลก็ยังไม่เก็ท เจอคนญี่ปุ่นเดาๆ ไว้ว่าโคโยมิในอดีตคือ สติสัมปชัญญะที่กลายเป็นโก