ฉีดอินซูลินปุ๊บ ร่างกายกลับมาดีขึ้นโดยพลันค่ะ รู้สึกมีเรี่ยวแรงทันที...เราก็กลับมากินได้ แต่คราวนี้ต้องงดพวกของหวาน กินอาหารแบบที่คนเบาหวานกินกัน
 
ทว่าช่วงสัปดาห์แรกๆ ยังขลุกขลัก มีแอบกินคอร์นเน็ตโต้บ้าง แต่ของหวานแบบหวานมากๆ ก็พยายามลด ละ เลิก กินข้าวแบบว่าอิ่มหมีพีมัน ซัดโฮก
 
มีอาการผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้น
 
ปวดหัว ปวดตาทั้งวันและตลอดเวลา นั่งทำงานก็ทำมันทั้งแบบนั้น (แถมยังอุตส่าห์เข็นงานออกมาได้อีก ก๊าก) เราคิดว่าร่างกายคงยังไม่ชินกับอินซูลินล่ะมั้ง
 
แต่เกือบอาทิตย์ก็ไม่หายซะที จนมารู้ตัวตอนถอดแว่นออกมาเช็ดแล้วนั่งเหม่อสักพัก ปรากฏว่าหายปวดตาปวดหัว
 
"..........(หรือสายตาตูจะสั้นลง)................"
 
ตัวโรคเบาหวานเองไม่น่ากลัวนัก ที่น่ากลัวคือขบวนโบกี้โรคแทรกที่ต่อหางยาวกันไปถึงมาเลเซียเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นความดัน โรคหัวใจ โรคไต โรคอ้วน สมองเสื่อม ปลายประสาทเสื่อม และแน่นอนรวมถึงตาเสื่อมด้วย
 
ไปวัดสายตา ปรากฏว่า
 
 
สายตามันดันสั้นน้อยลงฝ่ะ..................... Laughing
 
 
 
จาก 750/550 เหลือ 450/350 เออ แบบนี้ก็มีนะ ก็ตัดแว่นมาใหม่ คุยๆ กับหมอ หมอบอกว่าที่ผ่านมาอาจจะเพราะน้ำตาลสูงมันกดสายตามาตลอด พอน้ำตาลปกติเลยกลับมาดี (ฉีดไม่ถึงอาทิตย์เนี่ยนะ...มันเวอร์มากแต่ก็เกิดขึ้นจริงๆ) และถ้ายังคุมน้ำตาลไม่นิ่ง สายตามันจะขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้แหละ ใช้เวลาร่วมสัปดาห์กว่าจะชินแว่นใหม่ ทรมานสรัดๆ แถมตอนนั้นเป็นช่วงไม่มีเงินด้วย ที่บ้านก็ช็อต ส่วนตัวเองหมดกับค่า 3DS และนิวเลิฟพลัส...
 
สายตาสั้นน้อยลงนับเป็นเรื่องดี ปรากฏการณ์ระดับโลกจริงๆ
 
ทว่านิทานเรื่องนี้ไม่ได้มีแต่ซีนแฮปปี้........
 
กางเกงที่เคยใส่ได้ตอนทำงานใหม่ๆ กลับคับติ้ว.......
 
น้ำหนักกลับมา 7 กก. ในสัปดาห์เดียว!
 
กลับมาทำไมวะน้ำหนัก แสด
 
ตอนนี้เผลอๆ น้ำหนักมากกว่าตอนก่อนเป็นเบาหวานอีก
 
จำนวนยูนิตที่หมอแนะนำมา แน่นอนว่าทำให้คุมน้ำตาลได้อยู่หมัด สายตาดีขึ้นคือหลักฐานชัดเจน
 
อินซูลินจะพาน้ำตาลเข้าเซลล์ไปใช้เป็นพลังงาน และส่วนที่เหลือ.........
 
เอาเข้าเซลล์ไขมันค่ะ! Orz
 
เล่นกวาดซะเรียบ............เคยมีวันนึงเอนจอยอีตติ้งที่ตลาดบางแคมาก ขนมปัง 4-5 ชิ้น ขนุนสามขีด เก๊กฮวย กลับบ้านวัดน้ำตาลได้ 176 (นึกว่ามันจะทะลุ 300 กว่าแล้ว) ยังงงๆ ว่าไปไหนหมด
 
ที่เขาเรียกปรากฏการณ์โยโย่นั่นแหละ มวลร่างกายหายไป ไม่ได้หายไปแต่ไขมัน โปรตีนก็หายไปด้วย ใครที่อดอาหารเพื่อลดน้ำหนัก เวลากลับมากินอีกทีก็จะเป็นแบบนี้แหละระวัง ต้องพยายามกินโปรตีนให้มากกว่าคาร์โบไฮเดรตค่ะ
 
ก็เล่นกินโฮกอันลิมิตซะแบบนั้น ยัดข้าวทีสองจาน ตอนเย็นด้วย แล้วก็มานั่งอืดส์ อา
 
ประกอบกับมีอการวูบน้ำตาลต่ำถี่มาก บางทีกินข้าวเช้าไปตอน 7 โมง แล้ว 9 โมงวูบแล้ว อะไรเงี้ย กลางคืนก็สะดุ้งตื่นบ่อยๆ อาการนี้เรียกว่า hypoglicemia
 
เกณฑ์น้ำตาลปกติของคนราคือ 80-120 ตอนตื่นนอน และประมาณ 140 หลังอาหาร (แต่คนเบาหวานเขาก็อนุโลมให้ได้ถึง 180 ค่ะ)
 
ตอนแรกเราไม่รู้ว่านั่นคืออาการน้ำตาลต่ำ ช่วงแรกที่ฉีดยาเราก็งงมากว่าทำไมพอพักเที่ยงกินข้าวปุบ ออกจากห้องแอร์มากินข้าวที่ห้องอาหารจะต้องมือสั่น เวียนหัว.....มันคืออาการน้ำตาลต่ำที่จะเกิดเวลาอินซูลินทำงานพีคสุด เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อค่ะไม่ว่าจะดูแลตัวเองดีแค่ไหนก็ตาม
 
จนแบบว่ามันไม่ไหวแล้ว กลางคืนวูบที 2-3 หนแทบไม่ได้นอน เลยไปหาหมอเพื่อปรับยา
 
 
พอเริ่มฉีดอินซูลินก็ต้องซื้อเครื่องวัดน้ำตาล โชคดีไปได้ของในร้านแห่งนึงซึ่งเขาบอกว่ามันค้างในร้านนานแล้ว อยากโละ+อยากเห็นข้างในด้วย เลยขายให้เราถูกๆ พันเดียวเอง ซื้อปุ๊บก็แกะกล่องดูกันในร้านเลยว่ามีอะไรบ้าง ฮา
 
ประมาณนี้ ใช้รุ้นนี้เลย มีเครื่องวัด เข็มและแผ่นวัด หัวเข็มแยกต่างหาก
 
 
การเจาะวัดเลือดต้องไม่เป็นนิ้วที่ใช้บ่อยๆ เพราะมีโอกาสติดเชื้อง่าย (มั้งนะ) นิ้วโป้งกับชี้เลยฟาล์ว ส่วนนิ้วกลางเป็นจุดรวมประสาทหรือยังไง นิ้วก้อยก็บอบบางไป เลยนิยมเจาะนิ้วกลางกัน อันนี้เป็นเข็มปากกา ไม่ได้น่ากลัวอะไรมากค่ะ แผลเล็กก็จริง แต่คนเป็นเบาหวานประเภทที่ 1 จะอาการแรงกว่าแบบที่ 2 จึงต้องวัดน้ำตาลถี่มาก เราวัดตอนตื่นนอน หลังข้าวเช้า-ก่อนข้าวเที่ยง หลังข้าวเที่ยง ตอนกลับถึงบ้าน และก่อนนอนในบางครั้ง
 
นิ้วนางพรุนหมดละทั้งสองข้าง เป็นจุดๆ เต็มไปหมด Foot in mouth
 
แถมที่ทรมานคือราคาแผ่นวัดน้ำตาล โชคดีมีร้านใกล้บ้าน แต่ราคามันแบบ แผ่นละ 15-20 บาทอ่ะ วัดพลาดหรือเออเรอร์ทีมีสบถกันทีเดียว เดือนนึงก็หมดกะค่าไอ้นี่เกือบสามพันละ ไหนจะค่ายา ค่าอินซูลิน อ้วกกันเลยแต่ละเดือน เงินเดือนมีเท่าไหร่ก็หมดจริงๆ
 
 
อ่ะ วกกลับเข้าเรื่องต่อ คือน้ำหนักมันขึ้นเยอะ จนมันมีไขมันแข็งๆ พอกที่หน้าท้องเป็นก้อนๆ เลยอ่ะ Orz แบบมันไม่หยุ่น เลยไปหาหมอ ก็ได้ข้อสรุปว่าลองลดยาลงค่ะ
 
รอบหน้ามาต่อเรื่องความขลุกขลักในการปรับยากัน

Comment

Comment:

Tweet

generic propecia online - propecia buy

#10 By RJgxKORIWGuSXpgSV (103.7.57.18|46.119.122.31) on 2013-02-26 17:15

พอถึงช่วงหมดวัยรุ่น เพื่อนๆ ก็เริ่มได้กันไปคนละโรคสองโรค ของตัวเองก็มีกรดไหลย้อน ภูมิแพ้ ลำไส้แปรปรวน บลาๆๆ แต่ของอ้อนนี่แจ๊คพ็อตเจอหนักจริง ขอเป็นกำลังใจให้อีกแรงละกันเน่อ

#9 By neooak on 2012-03-24 08:09

สู้ๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

#8 By PaperMonster (202.28.180.202) on 2012-03-23 17:53

สู้ๆนะคะคุณ big smile

#7 By rey on 2012-03-23 06:20

อ่านแล้วใจเต้นตึกๆๆๆๆๆๆๆๆ จะบอกว่าไงดีล่ะ เค้ากลัวง่า.... ; ;

อาโกวที่เสียไป(แต่ไม่ได้เสียเพราะเบาหวานนะเฮ้ย)ก็เป็นเบาหวาน เหมือนจะเป็นตั้งแต่ตอนสาวเหมือนกัน เข้าใจถึงอาการที่ต้องควบคุมไปเรื่อยๆตลอด พยายามเข้านะอ้อน จะคอยเป็นกำลังใจให้ ส่วนเรื่องน้ำหนักนั่นใจเย็นๆนะ แค่เปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตร่างกายก็ต้องปรับตัวแล้ว แล้วยังต้องปรับกับเบาหวานอีก กว่าจะหาจุดสมดุลเจอคงจะใช้เวลาหน่อย แล้วเดี๋ยวอ้อนก็คงเจอจุดสมดุลในการคุมอาหารด้วย (ถ้าช่วงไหนวูบเพราะน้ำตาลต่ำ เพราะอินซูลินสูง เราจะกินลูกอมช่วงนั้นได้รึเปล่า?)

ว่าแต่เห็นมีบอกหลอนโรคไต อย่าเป็นนะเฮ้ย ;w; (หลอนอยู่เหมือนกัน กรวยไตอักเสบเฉียบพลันมาทีนึงแล้ว อักเสบซ้ำอีกก็แล้ว เป็นคล้ายๆกันเลยคือเหมือนน้ำมันหมด หัวมึนคิดอะไรไม่ออก รอบข้างมืดๆ ทำยังไงก็ไม่มีแรง นอนเท่าไรก็ไม่มีแรง แถมคลื่นไส้อยากอ้วกตลอดเวลา ....ตอนเป็นหนักๆก็ฉี่ขุ่นขาวเลย ก็เลยอินเป็นพิเศษตอนอ้อนเล่าเรื่องว่า ฉี่ออกมาแล้วมันผิดปกติน่ากลัว ;w;\")

#6 By hikaru on 2012-03-22 22:27

สู้ต่อไปครับ ต้องเจาะนิ้วตัวเองวันล่ะหลายครั้งแบบนี้ หลอนนน

#5 By parkja (171.96.13.65) on 2012-03-22 12:58

อ่านแล้วกลัว วูบนี่คือยังไงเหรอคะ หน้ามืดเหรอ แล้ววูบตอนนอนได้ด้วยเหรอคะ

#4 By D-faxtory on 2012-03-22 09:59

น่ากลัวจัง

#3 By ศรี on 2012-03-22 04:24

แอบจิ้มเข้ามาอ่านๆ ยังไงก็สู้ๆนะคะ big smile

#2 By *Viewiez* on 2012-03-21 21:51

เอ๊ะ ตอน 3 แล้วรึ ทำไมเราเพิ่งเห็น เดี๋ยวกลับไปอ่านตอน 2 ก่อนนะจ๊ะ กัมบัตเตะเนะdouble wink

#1 By wanako_chan on 2012-03-21 21:50