*รูปประกอบไม่เกี่ยวข้องกับบทความแต่อย่างใด*
*เนื้อหาเอนทรี่นี้อาจกระทบชีวิตจริงใครบางคนก็ได้นะ*
 
เอาล่ะค่ะ ไหนๆ ก็ทำงานขลุกด้านนี้มานานพอสมควร ได้เห็นเบื้องหลังนิดๆ หน่อยๆ บ้างว่าขั้นตอนกว่าจะได้มังกะหรือนิยายลิขสิทธิ์แต่ละเล่มมันยากลำบากแค่ไหน
 
"ทำไมดอง" "ทำไมออกช้า" "ทำไมแปลกากส์" หลายต่อหลายอย่าง วันนี้ข้าพเจ้าจะขอไขปริศนาต่างๆ เหล่านี้เอง ในขอบข่ายที่ไม่เสียหายทั้งตัวเราและผู้อยู่เบื้องหลังล่ะนะคะ =w= กรุณาเซฟเก็บไว้ เพราะเอนทรี่อาจโดน NG จากเบื้องบนได้ Sealed
 
 
ทำไมดอง ทำไมออกช้า
 
1) ออกช้าเพราะขั้นตอนที่มากกว่า Frown
การจัดทำมังกะฉบับแปล ย่อมมีขั้นตอนการแปลและแต่งภาพล่ะค่ะที่เพิ่มขึ้นมา และไม่ใช่ว่าจะทำวันสองวันเสร็จ หากเรื่องนั้นแปลง่าย คำพูดไม่เยอะ ตัวหนังสือไม่เยอะก็อาจ จะออกเร็วได้ แต่เรื่องไหนที่คนเขียนใช้หน้ากระดาษคุ้มค่าแบบชนะเลิศมันก็ช้าทั้งคนแปล และฝ่ายแต่งภาพ กรั่ก.......(ทั้งทำช้าและขี้เกียจ)
 
 
2) การยุ่งยากของการทำสัญญาและการส่งต้นฉบับ Tongue out
พวกมังกะที่มีเล่มต่อหลายๆ เล่ม ไม่ใช่ว่าจะทำสัญญาซื้อตูมเดียวนะคะ (เว้นแต่ออกจบแล้วและไม่กี่เล่มจบ) จะซื้อสัญญาแบบเป็นช่วงๆ แล้วช่วงต่อสัญญานี่ล่ะค่ะที่อาจทำให้ เกิดการทิ้งช่วง เพราะกว่าจะติดต่อสัญญา กว่าต้นสังกัดจะส่งต้นฉบับมาอีก ทีนี้แต่ละบริษัทก็จะมีสไตล์การส่งต้นฉบับต่างกัน บางที่จะขยันส่งมาถี่มาก บางที่ก็นานๆ ส่งที แต่มาที เป็นลังใหญ่มาก เป็นต้นค่ะ บางเรื่องที่มีต้นฉบับมาจากเกมก็ขอยากหน่อย เพราะต้องติดต่อไปยัง บ.เกมด้วย
 
 
3) ตารางการออกหนังสือของแต่ละบริษัท Embarassed
ตรงนี้ก็ไม่รู้อะไรมากเหมือนกันว่าแต่ละ บ.วางตารางอะไรยังไง แต่ละ บ.ก็มีมังกะในมือกันหลายร้อยเรื่อง ย่อมต้องมีการเวียนออกเป็นธรรมดา จึงยากมากที่เรื่องเดียวจะออก ติดกันรัวๆ ได้หลายเดือน
 
 
4) ซื้อสัญญามาช่วงไหน Innocent
อันนี้เป็นการคิดไปเองของคนอ่านล้วนๆ ที่ว่าออกช้าจนทิ้งช่วงกับญี่ปุ่นเยอะ..........คือ อยากให้ช่วยดูกันสักหน่อยว่าตอนไทยซื้อลิขสิทธิ์มาแล้ว ญี่ปุ่นออกถึงเล่มไหน สมมุติซื้อ สัญญามาตอนญี่ปุ่นออกไป 7-8 เล่มแล้ว จะให้จี้ทันนี่มัน.....บ้าไปแล้วค่ะ.....
 
 
5) ญี่ปุ่นก็ยังไม่ออกโว้ย Yell
บางเรื่องอาจเกิดปัญหาจากคนเขียนหยุดพัก หรือยังไม่ออก คนอ่านที่ไม่ค่อยได้ติดตามหรือสักแต่จะทวง ก็จะบ่นๆ ว่าออกช้า - - คนแปลก็มีหงุดหงิดบ้างในบางที แต่ก็ต้องทำใจ เพราะบางคนไม่รู้จริงๆ
 
 
6) คนแปลดอง Foot in mouth
ปัญหานี้มีจริงและเกิดขึ้นจริง กั่ก การดองนั้นมีสาเหตุหลายประการล้านแปดมากค่ะ
 
- งานแปลส่วนมากเป็นงานฟรีแลนซ์ นั่นหมายความว่านักแปลส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ทำงานประจำ หรือถ้าไม่มีงานประจำเขาก็จะไม่ได้รับเรื่องเดียวหรือทำที่เดียว เพราะอะไร? เพราะค่าตัวจากงานแปลมันแค่ระดับเอาไปกินขนมนิดหน่อยเท่านั้นค่ะ ไม่สามารถเอาไปเลี้ยงตัวได้ เว้นแต่จะแปลได้เดือนนึง 8-10 เล่ม แต่เทียบกันแล้วการทำงานประจำคุ้มกว่า เยอะเลย (ใครก็อยากมีเวลาส่วนตัวบ้าง) และถ้าเป็นมนุษย์เงินเดือน กลับบ้านมาก็หมดเรี่ยวแรงแล้ว กว่าจะมีอารมณ์แปลก็เสาร์อาทิตย์โน่นแหละ ---- อันนี้คือเหตุผลที่มักเป็นกันทุก คน
 
- งานในมือเยอะ เวียนไม่ทัน ปัญหานี้เคยเกิดขึ้นแล้วกับเจ้าของบล็อก พอแปลเรื่องนี้เสร็จก็รับเรื่องอื่นมาทำต่อเพื่อรอเล่มต่อไป พอมากๆ เข้าประกอบกับการอู้จึงเกิดการไม่ ทันและดองขึ้นมา ตอนนี้เลิกทำแล้วค่ะ เข็ด
 
- ความยากของต้นฉบับและปริมาณตัวหนังสือ เรื่องไหนมีสองอย่างที่ว่านี้เยอะ เปอร์เซ็นต์การดองก็เพิ่มตามค่ะ ก๊าก โชกาคุคังบ้านบึ้ม
 
- ความหมั่นไส้ส่วนบุคคล อาจเป็นแค่เราคนเดียว.... เคยทำมาแล้วกับนกดำ แบบประมาณว่าเล่มล่าสุดเพิ่งขาย และในวันนั้นที่วางขายก็เจอกระทู้ถามหาเล่มต่อไปผุดขึ้นมา ในบอร์ด ด้วยรักและหมั่นไส้ จึงดองซะ....(เด็กดีอย่าทำตาม)
 
 
 
 
ทำไมแปลกากส์

เรื่องนี้พูดยาว ถ้าจะให้คุ้ยมันลงลึกถึงระดับสังคม ค่านิยมในสังคมเลย (เวอร์) หัวข้อนี้จะยาวมากๆ นะคะ คิดว่าทนอ่านไม่ไหวก็ค่อยๆ อ่านไปเน้อ
 
งานสำหรับคนรู้ภาษาญี่ปุ่นมีหลายเส้นทางหลากหลายที่ให้ทำ ทำงานแปล เป็นล่าม ต่างๆ นานา
 
แต่งานแปลสื่อจำพวกอนิเม มังกะ ไลท์โนเวลไม่ใช่ว่าจะได้ค่าเหนื่อยมากอย่างที่คิดค่ะ ขอบอกเลยว่ามันแค่งานหาค่าขนมหรือทำเล่นแก้เซ็งเท่านั้นเมื่อเทียบกับงานสายล่าม หรือการรับแปลเอกสารราชการ ถ้าจะยึดเป็นอาชีพหลักอย่าง จขบ. คุณต้องขยันมากๆ และสำคัญเลยคือใจรัก.......
 
เพราะอะไร? เพราะงานแปลพวกนี้ไม่ได้คิดค่าจ้างตายตัว แต่จะคิดตามปริมาณงานกับความยาก (ในบางเคส) ค่ะ ทำเยอะได้เยอะ และนี่คือหนึ่งในต้นตอปัญหา
 
ทำเยอะได้เยอะ เพราะฉะนั้นเดือนนึงต้องปั่นให้ได้มากๆ...ใครชำนาญทำไวได้ไม่พลาดก็ดีไป แต่คนไม่ชำนาญจะทำยังไงให้ได้เยอะๆ?........ใช่ค่ะ เผา...............(ตึงโป๊ะ) บางคน ใช้หัวคิวก็มี.....
 
 
 
อีกประเด็นที่ จขบ.สงสัยตลอดมาคือ การศึกษาภาษาญี่ปุ่นในประเทศไทย....ทำไมคุณภาพของผู้ศึกษาจึงได้แตกต่างกันเยอะนักทั้งที่บางทีมาจากสถาบันเดียวกัน เจอมา หลายเคสค่ะ บางคนเรียนสายตรงแต่แปลมาผิดความหมายชนิดที่เห็นแล้วสงสัยว่ามันเรียนสายตรงมาจริงเหรอวะ เรียนรู้เรื่องแน่เหรอวะ จนกระทั่งพาลสงสัยว่าการสอนภาษาญี่ปุ่น ในสถาบันภาษาญี่ปุ่นนั้นมันง่ายกว่าภาษาในมังกะมากเลยหรือ ไม่ได้จะอวยตัวเอง แต่คนเก่งญี่ปุ่นเทพๆ เท่าที่เคยเจอมา 90% ไม่ได้จบสายตรงและศึกษาด้วยตัวเอง.......
 
มึนงง ไม่รู้ระบบเน่าหรือคนเรียนเน่าเอง แต่อย่างหลังมากกว่าแหละ (ฮา) คนที่เทพก็เทพไปเลย พวกกากก็กากจนงงว่าทำไมมันกากได้ขนาดนี้วะ แถมเจอเยอะมากจนสงสัยว่า ที่เราเข้าใจมาตลอดมันผิดรึเปล่า คือหลอนไปเลยว่าใครกันแน่ที่มั่ว ฟฟฟฟฟ Undecided......จะวงการไหนๆ ก็มีทั้งคนเก่ง คนกาก
 
รวมทั้งวงการแปลสื่อพวกนี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นค่ะ
 
พอคนมือไม่ถึงส่งงานมา ก็เหนื่อยฝ่ายตรวจทานที่ต้องตรวจและแก้ แก้กันระนาว ฝ่ายแต่งภาพ ฝ่ายตรวจ.....
 
มาถึงตรงนี้ขอซอยย่อยเป็น 2 ประเด็น ตอบให้ชัดๆ
 
- คนเก่งไปไหนหมด
ใครจะมาทำ.....เสียเวลาจะตายชักแต่ได้ค่าตอบแทนไม่เท่าไหร่ ยังมีงานอื่นที่ให้ค่าตอบแทนมากกว่าในเวลาเท่ากันอีกมากมาย งานที่คิดค่าแรงแบบฟรีแลนซ์เช่นนี้จึงเป็นแค่ กิจกรรมฆ่าเวลายามว่าง....ทำมั่งดองมั่ง ไม่ต้องจริงจังนักก็ได้ ยังไงก็ไม่ใช่งานหลัก....คนที่ (น่าจะ) คิดแบบนี้คงต้องมีแน่ๆ ล่ะค่ะ ดูจากงานที่ออกมาก็รู้
 
 
- แล้วจะรับคนกากส์เข้ามาทำไม?
คนที่ทำงานตรงนี้มานานแล้วแต่ไม่พัฒนาซะทีก็มีเหมือนกัน สมัยก่อนเขารับกันยังไงเราไม่รู้นะคะ แต่สมัยนี้ทุกๆ ที่เข้มงวดกว่าเดิมมาก รับคนที่มีผลสอบวัดระดับที่สูงกว่าเดิม น่าจะมีหลุดรอดเข้ามาน้อยลงแล้ว
 
คาดว่าทุกคนรู้แล้ว ทุกวันนี้สำนักพิมพ์น้อยใหญ่มีให้เลือกสรร สนพ.ใหม่ๆ เกิดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีผู้ผลิตมากขึ้น ต่างคนจึงต้องแข่งกัน และการแข่งขันดุเดือดนั่นทำให้เกิดการ "กว้านซื้อลิขสิทธิ์"
 
ยุคแรกๆ แต่ละ สนพ.ก็จะมีเจ้าประจำอยู่แล้ว นิตยสารหัวนี้ก็จะขายให้เฉพาะ สนพ.นี้ แต่สมัยนี้มันไม่ใช่แล้ว เริ่มมีการข้ามหน้าข้ามตา ปาด แซงคิว แข่งดุเดือดขึ้น ดุเดือดเท่า ไหร่แต่ละ สนพ.ก็ยิ่งแข่งกันซื้อเรื่องดังๆ
 
ซื้อมาเยอะแล้วก็ต้องหาทางระบายงาน มันเลยอยู่ในสภาพที่ว่าจะมามัวคัดเอาคนเก่งเทพอย่างเดียวไมไ่ด้แล้ว ฝีมือพอใช้แต่มีแววพัฒนาต่อไปได้ก็ต้องเอา......
 
แมลงสาบตัวเล็กลอดเข้าผ่านช่องใต้ประตูได้ฉันใด คนกากส์ๆ ก็เล็ดลอดผ่านกระบวนการคัดกรองมาได้บ้างฉันนั้น
 
มีเหมือนกัน ตอนคัดเลือกทำออกมาได้ดี มาทำงานจริงแล้วกากเหลือจะกล่าว ใครๆ ก็อยากทำงานกับคนเก่งๆ เราก็อยาก เจอประเภทนี้ติดๆ กัน บางทีมันก็เหนื่อย ผิดพลาด นิดหน่อยไม่เท่าไหร่ ไอ้จำพวกที่ผิดง่ายๆ แบบไม่น่าเชื่อเนี่ยสิ ในใจนึกอยากบอกนะ "ไปเรียนมาใหม่ก่อนนะคะ ค่อยมาแปล ถ่วงแข้งถ่วงขาคนอื่น"
 
 
 
แต่มันพูดได้ที่ไหนล่ะเฟ้ย!
 
ถ้าเป็นคนที่ชาตินี้คงไม่เจอหน้ากันอีกแล้วก็อาจจะกล้าพูด (ฮา) มันมีอะไรหลายๆ อย่างที่ทำให้พูดไม่ได้ ก็ทำได้แค่ก้มหน้าก้มตาทำงานตัวเองให้ดี แล้วค่อยๆ บอก ค่อยๆ แนะ กันไป พวกไม้แก่ที่ดัดยากแล้วปล่อยมัน สอนเด็กใหม่ๆ อย่าให้เป็นแบบนั้นดีกว่า Tongue out
 
 
 
<